Skip to content

บันทึกลับของแอนน์ แฟรงค์ หนังสือดีควรอ่าน

หนังสือที่ควรค่าแก่การอ่าน

บันทึกลับของแอนน์ แฟรงค์ มีฉบับแปลไทยโดย สังวรณ์ ไกรฤกษ์

จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อ

#เรื่องราวระหว่างบรรทัด

#บันทึกลับของแอนน์แฟรงค์

วันนี้ 12 มิถุนายน ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่ เธอก็จะมีอายุครบรอบ 88 ปี

เธอชื่อ แอนน์ แฟรงค์ (อันเนอลีส มารี “อันเนอ” ฟรังค์ Annelies Marie “Anne” Frank) เกิด 12 มิถุนายน 1929 – ประมาณมีนาคม 1945)

แอนน์ แฟรงค์ เป็นเด็กหญิงชาวยิว เกิดที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เธอมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะผู้เขียนบันทึกประจำวันซึ่งต่อมาได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือ บรรยายเหตุการณ์ขณะหลบซ่อนตัวจากการล่าชาวยิวในประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างที่ถูกเยอรมนีเข้าครอบครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ครอบครัวของเธอได้ย้ายไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์ในปี 1933 หลังจากพรรคนาซีเริ่มมีอำนาจ ต่อมาเมื่อกองทัพนาซีเข้ายึดครองเนเธอร์แลนด์ พร้อมกับออกมาตรการควบคุมชาวยิวจำนวนมาก

เธอและครอบครัวกับผู้อื่นอีก 4 คนจึงต้องไปหลบซ่อนตัวอยู่ในอาคารสำนักงานในกรุงอัมสเตอร์ดัมของออทโท ฟรังค์ ผู้เป็นบิดาในห้องลับบนหลังคาตั้งแต่ 1942 จนถูกหักหลังและถูกนาซีจับเข้าค่ายกักกันในปี 1944

อย่างไรก็ดี จากข้อมูลใหม่เมื่อปลายปีที่แล้วมีการเปิดเผยผลวิจัยเอกสารทางประวัติศาสตร์ชิ้นใหม่ซึ่งชี้ว่า ที่หลบซ่อนของ “แอนน์ แฟรงค์” ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 263 ถนนปรินเซนกรัคต์ในกรุงอัมสเตอร์ดัมนั้น ไม่ได้ถูกเปิดเผยกับตำรวจเอสดีของนาซีด้วยฝีมือคนใกล้ชิด แต่ที่ซ่อนดังกล่าวน่าจะถูกพบเข้าโดยบังเอิญ ระหว่างมีการสืบสวนกรณีฉ้อโกงคูปองปันส่วนอาหาร

โดยงานวิจัยซึ่งจัดทำโดยพิพิธภัณฑ์บ้านแอนน์ แฟรงค์ในเนเธอร์แลนด์ระบุว่า ข้อมูลเก่าที่ชี้ว่ามีผู้ไม่เปิดเผยชื่อได้โทรศัพท์แจ้งถึงที่ซ่อนลับของชาวยิว 8 คน รวมทั้งตัวแอนน์ แฟรงค์และครอบครัวแก่ตำรวจ จนทั้งหมดถูกนำตัวไปยังค่ายกักกันและเสียชีวิตลงในที่สุดนั้น ไม่น่าจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง จากผลการศึกษารายละเอียดในบันทึกฉบับเต็มของแอนน์ แฟรงก์ รวมทั้งเอกสารของตำรวจและเอกสารทางกฎหมายอื่น ๆ ชี้ว่า การฉ้อโกงคูปองปันส่วนอาหารและการลักลอบทำงานที่บ้านเลขที่ดังกล่าว น่าจะทำให้ตำรวจที่กำลังสืบสวนคดีมาพบที่ซ่อนเข้าโดยบังเอิญมากกว่า

ทั้งนี้ บันทึกของแอนน์ แฟรงก์ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 1944 เป็นต้นมา ได้เขียนถึงชายสองคนที่ใช้ชื่อย่อว่า บี และ ดี โดยทั้งสองเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 263 ถนนปรินเซนกรัคต์ ซึ่งแอนน์ แฟรงก์ซ่อนตัวอยู่ โดยในวันที่ 14 มีนาคม 1944 แอนน์ แฟรงค์ ระบุในบันทึกว่า บี และ ดี ถูกตำรวจจับกุม ครอบครัวของเธอและผู้ร่วมหลบซ่อนจึงไม่มีคูปองปันส่วนอาหารเหลืออยู่ ซึ่งข้อความนี้แสดงว่าพวกเขาได้คูปองอาหารจากชายสองคนนี้อย่างลับ ๆ มาโดยตลอด

เอกสารของตำรวจนาซียังระบุว่า ตำรวจที่จับกุมชาวยิวทั้ง 8 คน รวมทั้งแอนน์ แฟรงค์ จากที่ซ่อนลับนั้น ไม่ได้เป็นผู้มีหน้าที่ตามจับชาวยิวที่หลบหนีหรือหลบซ่อนโดยตรง แต่มีหน้าที่สืบสวนคดีทางเศรษฐกิจมากกว่า โดยได้เข้าค้นบ้านที่เป็นแหล่งหลบซ่อนตัวเป็นเวลานานถึงสองชั่วโมง ก่อนจะมีการจับกุมเกิดขึ้น ซึ่งแสดงว่าตำรวจนาซีไม่ทราบถึงแหล่งซ่อนตัวดังกล่าวมาก่อน

หลังถูกจับกุม ครอบครัวของแอนน์ แฟรงค์ ถูกส่งไปยังค่ายกักกันเอาชวิตซ์ในโปแลนด์ ก่อนที่เธอและพี่สาวจะถูกย้ายไปที่ค่ายกักกันเบอร์เกน-เบลเซนในเยอรมนีในเวลาต่อมา

แอนน์ แฟรงค์ เสียชีวิตลงที่ค่ายกักกันแบร์เกิน-เบลเซินในวัย 15 ปี ด้วยโรคไข้ไทฟอยด์ (โรคไข้รากสาดใหญ่) ในเวลาใกล้เคียงกับพี่สาวประมาณเดือนกุมภาพันธ์ หรือมีนาคม พ.ศ. 1945 ก่อนที่ค่ายดังกล่าวจะได้รับการปลดปล่อยในไม่กี่สัปดาห์ต่อมา

สมาชิกตระกูลฟรังค์มีผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว คือออทโทผู้เป็นพ่อ เขากลับมาอัมสเตอร์ดัมหลังสงครามสิ้นสุดและได้พบสมุดบันทึกของเธอที่เพื่อนเก็บรักษาไว้ให้ จึงพยายามนำออกตีพิมพ์ในปี 1947 ใช้ชื่อหนังสือว่า “Het Achterhuis” หลังจากนั้นมีการแปลจากต้นฉบับภาษาดัตช์ออกไปเป็นภาษาต่าง ๆ มากมาย ฉบับภาษาอังกฤษใช้ชื่อว่า “The Diary of a Young Girl”

ส่วนฉบับแปลภาษาไทยใช้ชื่อว่า “บันทึกลับของแอนน์ แฟรงค์” (ซึ่งกลายเป็นหนังสือหายากไปแล้ว เพราะไม่มีการตีพิมพ์ใหม่ อย่างไรก็ดี ล่าสุดมีข่าวดี พี่ Jon Krisda แจ้งว่าขณะนี้ หนังสือบันทึกลับของแอนน์ แฟร้งค์ ได้ตีพิมพ์ใหม่ พร้อมแก้ไขเพิ่มเติม สามารถสั่งซื้อได้ที่ร้านหนังสือแล้วครับ)

สำหรับสมุดบันทึกเล่มนี้ แอนน์ แฟรงค์ ได้รับเป็นของขวัญวันเกิดครบ 13 ขวบ เธอเริ่มเขียนบันทึกตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 1942 และสิ้นสุดในวันที่ 1 สิงหาคม 1944 บันทึกได้รับการแปลจากภาษาดัตช์ออกเป็นภาษาต่าง ๆ มากมายและกลายเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่มีผู้อ่านมากที่สุดในโลก

นอกจากนั้นยังมีการทำเป็นภาพยนตร์ รวมทั้งยังมีการนำเรื่องราวไปสร้างเป็นภาพยนตร์ชุดโทรทัศน์ ละครเวที และแม้แต่อุปรากร

งานบันทึกของแอนน์ แฟรงค์ ถือว่าเป็นการเขียนงานอย่างผู้ใหญ่เต็มตัวและเต็มไปด้วยความช่างคิด แสดงให้เห็นชีวิตประจำวันที่แท้จริงภายใต้อำนาจพวกนาซี เป็นการพรรณนาถึงเหยื่อของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่โด่งดังที่สุด

แอนน์ แฟรงค์ได้รับเลือกจากนิตยสารไทมส์ให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลสำคัญแห่งศตวรรษที่ 20 และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่อเกียรติภูมิของมนุษย์

เครดิตจากเฟสบุ๊คลิ้งค์

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: