Skip to content

ลมพัดผ่านดาว เมื่อเธอเป็นลมที่พัดผ่าน

” เส้นทางของสายลม ชื่นชมในเสรี

พัดไปในวันนี้ และวันหน้า

ผ่านทะเลอันกว้างไกล ผ่านพงไพรสุดสายตา

ผ่านไปใต้ท้องฟ้า อย่างชื่นบาน”

ดารชาเบือนหน้าไปอีกทาง ไม่อยากให้วายุเห็น หล่อนปิดเปลือกตาแน่นสนิท ลำคอตีบตัน แปลบร้าวลึกถึงใจ

“หากจะกักสายลม เพื่อชมให้ชื่นใจ

สายลมอยู่เคียงใกล้ เวลานาน

ก็จับด้วยความรัก กับดักคือความหวาน

ใต้สายลมเนิ่นนาน ชั่วกาลนิรันดร์”

นอกหน้าต่าง ฝนซาลง แต่ยังตกพรำอยู่เบาบาง วายุเอี้ยวตัวไปแหวกม่านออก พอมองเห็นภายนอก

“ฝนเกือบหายแล้ว ผมกลับก่อนนะ”

โดยไม่รู้ตัว ดารชาเอื้อมมือไปรั้งแขนเขาไว้

“อย่าเพิ่งกลับเลยค่ะ” เสียงหล่อนเครือจนตัวเองรู้สึก “นอกจากว่า..วายุต้องรีบไปทำงาน”

เขามองหล่อน…นิ่งอยู่อึดใจ ก่อนจะยักไหล่ หัวเราะกร่อยๆ

“เรื่องงาน…ไม่มีหรอก ผมยกเลิกงานไปสองจ๊อบ”

“อ้าว! ทำไมล่ะคะ?”

“ไม่ชอบ เบื่องานซ้ำซาก”

คำตอบนี้ไม่ใช่ของแปลกสำหรับหญิงสาว วายุมีคำตอบแบบนี้ให้หล่อนมาหลายครั้ง

“หาใหม่ได้แล้วหรือยังคะ?”

“กว่าจะได้งานใหม่ ก็เดือนหน้ามั้ง” เขาตอบสั้นๆ ไม่สนใจเรื่องที่พูดอยู่

เมื่อเป็นแบบนี้ ดารชาก็รู้ตัวว่าไม่ควรถามอีกต่อไป หล่อนระบายลมหายใจยาวอย่างไม่รู้ตัว

วายุก็อุตส่าห์สังเกตเห็น เขาขยี้ผมหล่อนเบาๆ เสียงหัวเราะแจ่มใสกลับคืนมาอีกครั้ง

“ผมไม่อดตายหรอกน่า ไม่ต้องแอบแช่งในใจก็ได้”

หญิงสาวฝืนยิ้ม วายุยังหัวเราะออก แต่หล่อนหัวเราะไม่ออก ทั้งที่รู้ว่ายังไงเขาก็ต้องเอาตัวรอดจนได้ ไม่เคยสักครั้งที่อับจนหนทาง

“รู้เท่าด้วยนะ ว่าแช่ง” หล่อนทำเสียงเป็นเชิงเย้า ทั้งที่ใจก็ฝืดฝืนจนรู้ตัวว่าเสียงหล่อนคงแห้งแล้งเต็มที

“ถ้าคุณหนูดาวอยู่อย่างผมก็คงไม่รอด แต่คนอย่างผมไม่อดตายหรอก อย่างมากก็อดมื้อสองมื้อ ยังไงก็ดิ้นไปจนได้ ชีวิตเรามันไม่เหมือนกันนี่”

จริงของเขาอีกนั่นแหละ วายุชินกับชีวิตตามแบบของเขา ส่วนหล่อนก็ชินกับชีวิตตามแบบของหล่อน ดารชาถอนใจเบาๆอย่างไม่ทันจะรู้ตัว

ปลายนิ้ววายุเอื้อมมาสัมผัสหน้าผากกลมมนของหญิงสาว คลึงให้แผ่วเบาระหว่างคิ้ว

“ขมวดคิ้วทำไม กล้ามเนื้อทำงานหนักนะ เดี๋ยวแก่เร็ว”

กระแสบางเบาแต่ลึกซึ้งส่งผ่านสัมผัสปลายนิ้ว ก่อให้ซาบซ่านให้หล่อนได้อย่างไรเมื่อก่อนนี้ เดี๋ยวนี้ก็ยังเหมือนเดิม วายุมีวิธีแสดงออกหลายทางให้รู้ว่าหล่อนมีความหมายกับเขามากแค่ไหน ไม่จำเป็นต้องออกเป็นคำพูด

หล่อนเผลอไผลพูดคำเชยๆที่ไม่ได้ตั้งใจจะพูด

“วายุ รักดาวมากไหม”

หล่อนได้ยินเสียงหัวเราะขันๆ ในลำคอ

“มาก เคยรักผู้หญิงมาหลายคนแล้ว มากทุกคน”

ดารชาตื่นจากความฝันท้นที กระเถิบห่างจากอีกฝ่าย

“ทำไมพูดยังงี้ล่ะ” หล่อนไม่อยากน้อยใจ แต่ก็อดไม่ได้ “ดาวก็เป็นผู้หญิงหนึ่งในหลายๆคนที่วายุรักเท่านั้นหรือ”

ชายหนุ่มหัวเราะเสียงก้อง เลื่อนตัวออกห่างจากหล่อนเช่นกัน กางแขนทั้งสองพาดพนัก แหงนคอขึ้น มองโคมแก้วบนผนังอย่างไม่รู้ไม่ชี้

“ผู้หญิงก็เป็นงี้แหละ พูดความจริงก็ทนฟังไม่ได้ ชอบให้โกหกซ้ำซากว่า..ไม่เคยรักใคร มีคุณคนเดียว หรือไม่ก็เคย..เคยรัก แต่ไม่เคยรักใครเท่าคุณ ฟังคำพูดโหลๆทีไรไม่เคยเบื่อ งั้นเดี๋ยวผมพูดให้ฟังก็ได้ บอกมาละกันว่าเอาแบบไหน”

ดารชากัดริมฝีปาก หักห้ามความน้อยใจเอาไว้ลึกๆ บอกตัวเองว่า..อันที่จริงเขาก็พูดถูก

“ดาวขอโทษ ไม่ควรถามบ้าๆออกไปยังงั้น แต่ผู้หญิงก็เป็นยังงี้แหละ อยากได้ยินว่าเราเป็นคนเดียวที่เขารัก แม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ก็เถอะ”

“มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วนี่” เขากลับสำทับมา ราวกับไม่นึกถึงใจหล่อนแม้แต่น้อย “ทีคุณเอง ยังมีใครอีกคนที่คุณรักยิ่งกว่าผม ผมไม่สนข้อนี้ คุณให้ผมได้แค่ไหน ผมก็เอาแค่นั้น คนอย่างผมให้อะไรคุณไม่ได้มาก ผมจะไปหวังอะไรจากคุณมาก”

ดารชารู้สึกเหมือนถูกอีกฝ่ายสะบัดหลังมือตบหน้าหล่อนเต็มแรง จนชาไปหมด นึกคำพูดไม่ออก บอกไม่ถูกอยู่อึดใจใหญ่

หล่อนอยากจะร้องไห้ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง น้ำตาก็ได้แต่ไหลรินอยู่ในใจ หล่อนเดินเลยจุดนั้นมาแล้ว เข็ดขยาดกับความเจ็บปวดรวดร้าว จนไม่ขอยอมกลับไปเป็นดารชาที่อ่อนแอเอาแต่อารมณ์อีกครั้ง

…………………

บทคัดลอกตัดตอนมาจากนวนิยายเรื่อง “ลมพัดผ่านดาว” บทประพันธ์ของ ว.วินิจฉัยกุล

ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 โดยสำนักพิมพ์ทรีบีส์ เดือนกุมภาพันธ์ 2553

ตามบทคำนำนักเขียน ของ ว.วินิจฉัยกุล

ลมพัดผ่านดาว เป็นนวนิยายที่แสดงชีวิตของคนหนุ่มสาว ในปี 2550 ที่มีค่านิยมการดำเนินชีวิต ผิดแผกแตกต่างไปจากคนรุ่นพ่อแม่ ไม่ว่าเป็นเรื่องงาน ความรักและการเลือกคู่

นวนิยายเรื่องนี้มีความพิเศษกว่านวนิยายเรื่องอื่นๆของ ว.วินิจฉัยกุล ตรงที่มีตอนจบให้เลือกสองแบบ แบบแรกเป็นความตั้งใจของผู้เขียนที่วางโครงเรื่องไว้ตั้งแต่เริ่มต้น ส่วนแบบที่สอง จุดประกายขึ้นมาในสมองเมื่อเขียนมาใกล้จะถึงตอนจบ เมื่อผู้เขียนได้สนทนาพาทีกับเพื่อนเก่าที่เป็นนักอ่านท่านหนึ่ง ทำให้สามาถแยกตอนจบออกไปอีกแบบได้โดยไม่ต้องมารื้อเนื้อเรื่องและรายละเอียดเดิม โดยตอนจบแบบที่สอง ได้นำมาเรียบเรียงไว้เป็นภาคพิเศษท้ายเล่ม ซึ่งผู้เขียนถือว่าเป็น ‘นวัตกรรม’ ในประสบการณ์การเขียน และอาจทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

เรื่องราวตัวละครหนึ่งหญิงกับผู้ชายสองคน สองรูปแบบที่แตกต่างกัน ที่ผู้เขียนเขียนตอนจบสองแบบ สำหรับการเลือกใช้ชีวิตกับผู้ชายสองคนที่ทำให้ชีวิตหลังแต่งงานแตกต่างกัน โดยขยายรายละเอียดลงในภาคต่อของเรืองลมพัดผ่านดาวนี้ ในนวนิยายเรื่อง “เพลงสายลม-หน้าต่างสายลม”

โดยเรื่อง เพลงสายลม คือชีวิตหลังแต่งงานเมื่อดารชาเลือกที่จะแต่งงานกับทรงวัชร์ ชายหนุ่มสมบูรณ์แบบตามอุดมคติ

ส่วนเรื่อง หน้าต่างสายลม คือชีวิตหลังแต่งงานเมื่อดารชาเลือกที่จะแต่งงานกับวายุ ชายหนุ่มรุ่นน้องที่ใช้ชีวิตอิสระดั่งสายลม ยึดความปรารถนาของตนเป็นใหญ่

นวนิยายของ ว.วินิจฉัยกุล ไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลยค่ะ

ทางเลือกสองทาง ถ้าแบบฝันเพ้อโรแมนติก สาวๆส่วนใหญ่ก็เลือกวายุ ทั้งๆที่ในชีวิตจริงของคนเรามีปัจจัยมากมาย และตัวเลือกแบบวายุไม่น่าจะทำให้ชีวิตคู่สมบูรณ์แบบและมีความสุขได้ ลองหามาอ่านและคิดตามว่าชีวิตแบบไหนที่เป็นไปได้ในชีวิตจริง

#เรื่องราวระหว่างบรรทัด

#ลมพัดผ่านดาว

#นวนิยาย

#หนังสือ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: