Skip to content

คิดให้เป็นเรื่อง

วันนี้เริ่มเข้าสู่ชั้นเรียนเขียนกับครูปราย พันแสง

เริ่มวันแรกกับคอร์สหลักค่ะ

การบ้าน 1/12

หัวข้อ ‘คิดให้เป็นเรื่อง’

‘เรื่องราวในความคิด’

วันนี้เข้าคอร์สเรียนเขียนอย่างจริงจังวันแรก หัวข้อแรกก็ยากแล้ว

นี่คือปัญหาใหญ่ที่สุดของฉันเลยก็ว่าได้ เป็นมาตั้งแต่ก่อนเข้ามาเรียน

คือ ไม่รู้จะเขียนอะไร แต่ในเมื่อวันนี้เป็นการบ้านที่ต้องคิดๆๆ ออกมานำเสนอให้ครู ก็ลุยเลยค่ะ

เรื่องที่หนึ่ง

ชื่อเรื่อง -ในทุกเรื่องราวมีบทกวีแทรกอยู่

เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์เกาหลีเรื่อง A Poem A Day ที่เพิ่งดูได้ไม่นาน เป็นซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวชีวิตนักกายภาพบำบัดในโรงพยาบาล แต่ผูกเรื่องราวของชีวิตนักกายภาพเหล่านั้นกับคนไข้แต่ละเคส แต่ละเรื่องราวกับบทกวีของเกาหลีแบบสั้นๆ ในแต่ละตอน

ตอนที่ดูซีรีส์นี้จบยังคุยกับแฟนเพจว่าจะรวบรวมบทกวีในซีรีส์เรื่องนี้แต่ละตอนลงบล็อก แต่เวลาผ่านมาหลายเดือน ก็ยังมิได้เริ่มเสียที

ตั้งใจจะคัดลอกบทกวีที่ปรากฏในซีรีส์เพื่อบันทึกไว้ และเขียนความคิดความรู้สึกที่กระทบจิตใจตนเองเพิ่มเติมในแต่ละตอนเข้าไปด้วย

เหตุผลที่ทำให้อยากเขียนรวบรวมเรื่องราวนี้ เพราะมองว่าศิลปะสองแขนงที่เราชื่นชอบ ทั้งภาษาจากวรรณกรรม และเรื่องราวบนแผ่นฟิล์ม มารวมตัวกันได้อย่างงดงาม ซาบซึ้ง กินใจ จนอยากบันทึกเก็บไว้เท่านั้นเอง แต่ถ้ามีเวลาและได้ทำ จะขยายขอบเขตออกนอกจากซีรีส์เรื่องเดียว ครอบคลุมไปถึงเรื่องอื่นๆ ได้ยาวๆ ไปเลยค่ะ

เรื่องที่สอง

ชื่อเรื่อง – เธอในความฝัน

ตอนคิดเรื่องนี้ ยังอดขำตัวเองไม่ได้ เพราะคิดว่าเรื่องนี้เป็นความประหลาดของตัวเอง ที่ชอบฝันถึงสามี แต่เรื่องราวในฝันจะออกมาคล้ายๆกับเรื่องราวในนิยาย ในหนังหรือละคร เลยเดาว่าตัวเองคงกินเยอะไปจนฟุ้งซ่าน เก็บเอาสามีที่รักไปฝันถึงบ่อยๆ แต่ละเรื่องราวก็ไม่ซ้ำกัน เสียแต่ว่าไม่เคยจดบันทึกไว้สักที

เคยเล่าให้สามีฟังขำๆ เค้าก็หัวเราะในความเพี้ยนของภรรยา เมื่อมานึกๆดู สงสัยในส่วนลึกของเราคงอยากเป็นนางเอกในละคร ความที่งานอดิเรกคือดูหนังดูซีรีส์รักมากมายกระมัง

จึงคิดว่าคงสนุกดีถ้าเราได้จดบันทึกเรื่องราวนี้เก็บไว้ เขียนเป็นเรื่องสั้นส่วนตัวเป็นตอนๆ เวลาย้อนมานั่งอ่านคงมีความสุขแบบพิลึกๆ

เรื่องที่สาม

ชื่อเรื่อง – เรื่องราวระหว่างบรรทัด

ความจริงเรื่องที่สามนี้ ได้เริ่มต้นบันทึกไปบ้างแล้ว ความที่ตนเองเป็นคนรักการอ่าน มีหนังสือในตู้เป็นพันเล่มได้ จากการซื้อสะสมมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานหลังเรียนจบและหาสตางค์ใช้เองได้

ในความคิดคืออยากดึงส่วนที่ชอบในหนังสือแต่ละเล่ม บันทึกเก็บไว้ และคัดลอกข้อเขียนที่ประทับใจในหนังสือแต่ละเล่มนั้นบันทึกเก็บไว้ ทุกวันนี้ได้เริ่มทยอยๆ บันทึกไว้ในเพจเฟสบุ๊คเช่นเดิม แต่เวลาที่มีน้อยนิดหลังงานประจำ จึงทำให้โครงการนี้เป็นไปอย่างช้าๆ แต่ก็ดีใจที่ได้เริ่มไปบ้างแล้ว

คิดไว้ว่าโครงการนี้จะเป็นงานอดิเรกในยามหลังเกษียณ แต่ด้วยว่าบังเอิญเพจเฟสบุ๊คอีกเพจที่ทำแล้วเติบโตมาก จนดึงเวลาเราไปซะส่วนใหญ่ จึงคิดว่าในอนาคต จะต้องจัดสรรเวลาดีๆ เพื่อให้งานชิ้นนี้คืบหน้าไปเร็วกว่านี้ (3)

เรื่องที่สี่

ชื่อเรื่อง – ธรรมศาสตร์ที่คิดถึง

ช่วงชีวิตที่ผ่านมา ชีวิตวัยเรียนช่วงสี่ปีในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีส่วนสำคัญที่หล่อหลอมความคิด ทัศนคติ ที่ทำให้เราเป็นตัวของตัวเอง และเราเป็นเราอย่างทุกวันนี้ มองว่าประสบการณ์ช่วงนั้น มีส่วนช่วยสร้างความสามารถในการปรับตัวเรียนรู้ในการทำงานและใช้ชีวิตมาจนถึงปัจจุบัน

จึงอยากบันทึกเหตุการณ์ช่วงนั้นเก็บไว้ เพื่อระลึกถึงวันเก่าๆและช่วงเวลาที่น่าประทับใจนั้นไว้

เรื่องที่ห้า

ชื่อเรื่อง – ทางเดินในชีวิต

เรื่องนี้คิดไว้ว่าถ้าจะเขียน ก็คงเขียนไว้ให้ลูกหรือน้องๆรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นมา ความจริงประสบการณ์ชีวิตของตัวเองในเวลาที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีเรื่องราวยิ่งใหญ่หรืออะไรน่าจดจำมากนัก แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากเล่าเรื่องราวที่ได้พบเจอทั้งในชีวิต ความรักและการงาน ในชีวิตจริงที่ได้พบประสบการณ์ในวงงานที่เป็นคนระดับบนของประเทศ

และแรงบันดาลใจที่อยากเขียนคือ อยากให้เค้าเข้าใจว่าในชีวิตคนเราที่มีความฝันนั้น บางคนที่โชคดีได้ทำตามฝันตั้งแต่อายุยังน้อย แต่บางคนที่ยังทำไม่ได้ เราก็อยากให้เค้าเข้าใจชีวิตในโลกจริงๆ ที่เราต้องหาเลี้ยงชีพและดูแลครอบครัวให้มีความสุขก่อน

งานในฝันเราสามารถเก็บมาทำเป็นงานอดิเรกในเวลาว่างที่แสนสุขได้ จะทำให้มีกำลังใจใช้ชีวิตและเดินไปข้างหน้าได้ เพราะเท่าที่พบเจอมา บางคนไม่สามารถทนรับความผิดหวังจากการที่ไม่ได้ทำตามความฝัน จนใช้ชีวิตแบบไม่มีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น

ความจริงแล้ว คิดว่าเด็กรุ่นใหม่มีโอกาสและช่องทางที่จะทำตามความฝันได้ง่ายกว่าคนรุ่นเรา แต่สำหรับคนที่ยังทำไม่ได้ อยากให้มีกำลังใจและรู้จักใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

เรื่องที่ห้านี้ยังเป็นเรื่องในความคิดที่ยังไม่กล้าเขียน เพราะคิดว่าอาจกระทบกับคนในชีวิตจริงได้ จึงเป็นโครงการในใจก่อนค่ะ ส่วนเรื่องแนวอื่นๆ เช่น นวนิยาย คิดว่าตนเองคงเขียนไม่ได้ จึงไม่เคยคิดที่จะเขียน ขอเป็นผู้อ่านอย่างเดียวต่อไปค่ะ

#แก้วเจ้าจอม

15 กันยายน 2561

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: