ฉันยังมีเธอเป็นที่รัก

#ฉันยังมีเธอเป็นที่รัก

การบ้านในชั้นเรียนเขียนวันที่สามกับครูปราย พันแสง

หัวข้อ ‘หมึกหยดเดียว’

ครูให้ขัดเกลาเรื่องที่ชอบจากการบ้านวันที่หนึ่งและสองชิ้นที่ชอบ

ฉันเลือกงานเขียนจากการบ้านวันที่หนึ่งมาขัดเกลาแต่งเติมเป็นงานชิ้นใหม่

‘ฉันยังมีเธอเป็นที่รัก’

ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย เราทุกคนเหมือนเครื่องจักรกลตัวน้อย เป็นมนุษย์งานที่วิ่งวนเป็นลูปอยู่ในแถวในแนวของตน

ในท่ามกลางแถวมดงานของเรา ฉันยืนอยู่ข้างหน้า เธอยืนอยู่ข้างหลัง สะกิดฉันเบาๆ พร้อมยื่นดอกไม้กะจิดริดดอกเล็กๆให้แก่ฉัน ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ฉันรับรู้ได้ถึงความรักของเธอ

จากภาพการบ้านในชั้นเรียนเขียน ทำให้ฉันคิดถึงเธอ และหยิบเธอมาเป็นแรงบันดาลใจในการฝึกเขียน เพราะมีเรื่องราวมากมายในความเงียบระหว่างเราที่ฉันอยากให้เธอรู้

แต่ก่อนนั้นฉันเป็นคนเงียบเหงาท่ามกลางครอบครัวใหญ่ เป็นเด็กเรียบร้อยที่ชอบหมกตัวอยู่กับกองหนังสือ ความคิดสารพัดวิ่งวนอยู่ในหัว แต่มิอาจเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูด ฉันจึงทำได้เพียงเก็บงำมันไว้ในใจ

เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ฉันก็กลายเป็นสาวน้อยเจ้าบทเจ้ากลอน เขียนบทกลอนสั้น ๆ โดยอาศัยแสงไฟหัวเตียงดวงเล็กๆ จินตนาการเพริศแพร้ว คิดฝันถึงชายหนุ่มที่รักในจินตนาการ และเติบโตมาพร้อมกับความรับผิดชอบในชีวิตที่มากขึ้นๆ ที่คอยฉุดรั้งให้ฉันห่างไกลจากการเขียนที่รักออกไปทุกวัน

ถ้ามองย้อนกลับไปในวันเวลาที่เธอก้าวเข้ามาและกลายมาเป็นชายหนุ่มในชีวิต บทกลอนที่ฉันเคยเขียนถึงชายหนุ่มในฝัน กลับไม่สามารถเขียนถึงเธอ..ชายหนุ่มในชีวิตจริงได้

ในบางเวลาฉันอยากบันทึกช่วงเวลาแสนเงียบแต่สุขใจของเราไว้ แต่ความคิดกลับกระจัดกระจาย ไม่อาจรวบรวมเป็นคำพูดสวยงามอย่างที่ใจต้องการได้

จากเด็กน้อยเงียบเหงา เธอกลายมาเป็นดอกไม้เล็กๆดอกเดียวในบรรยากาศรอบตัวที่แห้งแล้ง เงียบเหงา และไร้ชีวิต กลับทำให้ใจที่แห้งผากของฉันเบิกบาน จนอยากเอื้อนเอ่ยคำหวานกับเธอเป็นบทกวี

อยากจะบอกเธอว่า ฉันดีใจที่ไม่ได้อยู่ในโลกที่ไร้รัก แม้นคนมากมายรอบข้าง อาจร้ายกาจหรือเมินเฉยฉัน แต่อย่างน้อย ยังมีเธอและความรักของเธอ อยู่รอบๆตัวฉันเสมอ

อยากจะบอกเธอว่า มีเรื่องราวมากมายที่เธอทำให้ฉัน และฉันกระหายที่จะเขียนมันออกมา บอกกล่าวกับเธอ ฉันอยากจะค่อยๆหยิบตัวเธอในความคิด บรรยายออกมาเป็นงานเขียนชิ้นใหม่ๆทุกวัน

และอย่างที่ครูว่าไว้ ว่าเรื่องรักเขียนยาก แต่ถ้ามาจากชีวิตจริง มันจะลื่นไหล ฉันหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น

อยากจะบอกเธอว่า ฉันไม่เสียใจที่ได้รักเธอ ความรักที่เรามีให้กันนั้นมันเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวชีวิตเราไว้เสมอ แม้นบางคราในเส้นทางชีวิตที่ผ่านมา อาจมีเรื่องราวมากมายที่ผิดพลาด

แต่เพราะความรักที่ยังมีมากพอ และประสบการณ์ที่สอนเราเสมอว่าไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับคำว่าอภัย ทำให้เรายังจับมือกันเดินไปด้วยกันจนถึงวันนี้

หวังว่าในวันพรุ่งนี้จนถึงปลายทางชีวิต เธอจะยังนั่งข้างๆฉัน จิบกาแฟยามเช้า อ่านบันทึกความหลังที่ฉันเขียนถึงเธอตลอดไป

#แก้วเจ้าจอม

เขียนเมื่อ 9 กันยายน 2561

งานเขียนการบ้านในห้องเรียนเขียนของฉัน วันที่สาม

…….

ตอบคำถามห้าข้อ

1.การได้เข้าเรียนฝึกเขียนทำให้ตนเองกล้าสื่อสารออกมามากขึ้น จากที่เมื่อก่อนมักเขียนเป็นคำสั้นๆ ไม่กล้าบรรยายอะไรออกมายาวๆ

2.เมื่อก่อนเคยเขียนแต่กลอน คำรำพึงความคิดสั้นๆ ไม่เคยเขียนอะไรยาวมากๆ ทำให้บางทีไม่รู้ว่าจะหยิบประเด็นอะไรมาเขียน เพิ่งช่วงหลังมีงานอดิเรกอีกอย่างคือทำเพจเฟสบุ๊ค เลยทำให้ได้เขียนอะไรๆยาวขึ้น แต่เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจง เฉพาะกลุ่ม เลยทำให้เขียนอะไรไม่ได้หลากหลายมากนัก

3.การมาเรียนรู้การเขียน ทำให้ได้เรียนรู้เทคนิคจากครู และอย่างที่ครูบอกว่า บางทีงานเขียน ถ้ามีกรอบบังคับนิดๆ จะทำให้เราเขียนได้เร็วขึ้น ก็คิดว่าตนเองเป็นเช่นนั้น

4.จากที่เรียนรู้มาสามวัน รู้สึกว่าตนเองกล้าที่จะเขียนมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่รู้สึกว่าตัวเองมีข้อจำกัดเรื่องเขินอายที่จะเล่าเรื่องตัวเอง เมื่อได้ฝึก ทำให้รู้สึกสนุกและกล้าเขียนมากขึ้น

5.อยากจะบอกว่าการเขียนเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่สำคัญ แม้นในงานอาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่กับชีวิตส่วนตัว รู้สึกว่าการเขียนเป็นกระบวนการเรียนรู้ ทีทำให้รู้จักตนเองมากขึ้น เป็นงานอดิเรกที่ได้ทำแล้วผ่อนคลายและปลดปล่อยตัวเองค่ะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s