Skip to content

ฉันเป็นตัวฉันเอง

#ฉันเป็นตัวฉันเอง

การบ้านวันนี้ครูให้สำรวจตัวตนแล้วเล่าเรื่องออกมาค่ะ

การบ้าน 3/12 จากชั้นเรียนเขียนกับครูปราย พันแสง

สำรวจประตูกล ‘เรื่องของคุณ’

‘ ฉันเป็นตัวฉันเอง’

ฉันกำลังนั่งเขียนรีวิวซีรีส์เกาหลีในเพจที่ฉันดูแลอยู่ ตอนที่เฟสบุ๊คขึ้นเตือนมาว่าการบ้านครูข้อใหม่มาแล้ว

กำลังฟินกับเรื่องราวโรแมนติกในซีรีส์ที่ดูแล้วชอบ จึงรีบเขียนเล่าบรรยายชักชวนแฟนเพจมาดูด้วยกัน อารมณ์จึงดีเป็นพิเศษ เพราะแฟนเพจชอบเหมือนฉัน คอมเมนท์กันกระจายเรื่องความน่ารักของพระเอก และความสนุกของเนื้อเรื่องที่เพิ่งได้ดูไปได้แค่สี่ตอน

ฉันยอมรับว่าตนเองเป็นคนโรแมนติก เป็นเด็กหญิงช่างฝัน สมัยเด็กๆ แม่จะว่าประจำตอนแม่เรียก แต่ฉันยังไม่ยอมลุก เพราะติดพันอยู่กับนิยายเรื่องโปรด

ฉันเกิดที่กรุงเทพ เรียนโรงเรียนกุหลาบวัฒนา ที่เป็นโรงเรียนสตรีคอนแวนต์ เครือเดียวกับโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย พอจบมัธยมต้น ด้วยความที่คะแนนดีเลยได้เรียนต่อที่มาแตร์โดยไม่ต้องสอบ บางคนอาจคิดว่าบ้านรวยเลยเรียนมาแตร์ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ ครอบครัวฉันเป็นครอบครัวคนชั้นกลางธรรมดา

พอจบมาแตร์ก็สอบเข้าธรรมศาสตร์ได้ อยากเรียนวารสารศาสตร์ เมื่อสอบไม่ได้ ก็เรียนศิลปศาสตร์แทน จนจบสี่ปี ก็หางานทำ โชคดีจบปุ๊บก็ได้งานทำในบริษัทมั่นคง ในชีวิตย้ายงานแค่ครั้งเดียว ต่อจากบริษัทแรกมาบริษัทที่สองในปัจจุบัน ก็ทำมาเรื่อยจนทุกวันนี้ ร่วมสามสิบปีกว่าๆในหน้าที่ที่เลขานุการบริหาร ผู้บริหารระดับสูงในบริษัทมหาชนระดับใหญ่แห่งหนึ่ง

ฉันเป็นคนเงียบๆ ค่อนข้างโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร เวลาทำงานก็ทำงานตามหน้าที่รับผิดชอบให้ดีที่สุด เป็นเลขาที่ไม่ชอบเม้าส์มอยไปทั่ว นั่นไม่ใช่ฉัน เวลาอยู่คนเดียวก็อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า หาความสุขคนเดียวได้ รับผิดชอบตนเองทุกสิ่งทุกอย่างมาตั้งแต่เรียนจบหาเงินได้ โดยไม่ต้องรบกวนแม่ สิ่งที่ฉันให้ความสำคัญมากที่สุด ไม่ใช่งาน แต่เป็นครอบครัวมาก่อนเสมอ

ถึงแม้นนิสัยส่วนตัวจะเป็นแบบนี้ แต่เวลาทำงานฉันก็แยกแยะอารมณ์ตัวเองได้ เมื่อต้องคุยธุระเกี่ยวกับการงาน ฉันก็คุยได้ไม่เคยมีปัญหากับใคร

มีน้องๆที่ทำงานที่สนิทกัน จะบอกว่าฉันเป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง สามารถทำงานกับผู้ใหญ่ระดับสูงได้ เวลางานจะวางตัวเป็นผู้ใหญ่ แต่พอนอกเวลางาน กับคนที่สนิทสนมกลุ่มเล็กๆ ฉันก็เหมือนหญิงสาวทั่วไป ชอบดูหนัง ฟังเพลง คุยเรื่องละคร เรื่องนิยายสุดโปรด และแอบนินทาชายหนุ่มน่ารักบ้างเป็นบางเวลา

สิ่งที่ฉันเป็นกับสิ่งที่คนอื่นเห็น ฉันว่าแทบจะกลืนเป็นเนื้อเดียว ความที่เป็นคนจริงใจ ตรงไปตรงมา ใครดีมา ฉันดีตอบ ใครที่นิสัยไม่ดีและฉันไม่ปลื้ม ฉันก็ไม่เสวนาด้วย ก็แค่นั้น ฉันจึงคิดว่าตนเองมีบุคลิกภาพที่ทำให้คนอื่นเกรงใจ ประกอบกับตำแหน่งหน้าที่การงาน เลยไม่ค่อยมีคนมาวุ่นวายกับฉันเท่าไหร่

เวลาทำงานถ้ามีปัญหา แล้วฉันไม่ผิด ฉันจะไม่ยอม ฉันต้องได้อธิบาย และต้องเคลียร์ให้เข้าใจ ฉันจึงบอกน้องๆ ที่ร่วมงานกันเสมอว่า เวลาทำงานใดๆ เราต้องมีหลักการที่ถูกต้องเหมาะสม ที่ไม่ให้คนอื่นมาว่าหรือกล่าวโทษได้ เราต้องยึดความถูกต้องในงานเป็นหลัก เพราะความถูกต้องนี้จะเป็นตัวปกป้องมิให้เราถูกเพื่อนร่วมงานแย่ๆบางคน ที่ชอบปัดภาระ ไร้ความรับผิดชอบและโยนความผิดได้

ฉันจึงคิดว่าไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะไหน ที่ทำงาน หรือที่บ้าน ในฐานะแม่ ฉันก็จะเต็มที่กับทุกบทบาท เวลาทำงานฉันก็เต็มที่ ไม่ให้ผิดพลาด เวลาอยู่บ้านรับบทแม่ ฉันก็ดูแลลูกสองคนเต็มที่ ไม่เคยให้ลูกรู้สึกขาดทั้งความรักและวัตถุเท่าที่แม่พอหาได้ตามสภาพฐานะครอบครัว

เวลาอยู่กับลูก ฉันก็เป็นแม่ที่เหมือนเพื่อนลูก คุยกับลูกได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องไอดอลเคป๊อบที่ลูกชอบ เรื่องมังงะที่ลูกอ่าน แถมคอยซื้อเกมส์และหนังสือให้ลูกตลอด แม้กระทั่งสภาพปัญหาการเงินที่เป็นอยู่ที่ดีร้ายขึ้นลงตามสภาพ ฉันก็บอกเล่าให้ลูกรับรู้ ทำให้ลูกทั้งสองของฉันไม่เคยขออะไรจากพ่อแม่ นอกเหนือจากสิ่งจำเป็นในชีวิต มีแต่ฉันเองนี่แหละที่ช่วงไหนล่ำซำ ก็จะจัดให้ลูกเอง ฉันเป็นแม่แบบนี้แหละ

ฉันจึงคิดว่าความรับผิดชอบและการให้ใจและเต็มที่กับทุกสิ่งที่ทำในชีวิต มันจะส่งผลให้เรามีความสุขเวลาได้ทำ เมื่อไม่ทุกข์ในสิ่งที่ทำ ผลที่ได้ก็จะออกมาดีเอง ฉันคิดเช่นนั้น ในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อฉันเกษียณจากงานประจำ ฉันก็เตรียมตัวเริ่มหาอะไรทำตั้งแต่ตอนนี้ไว้แล้ว ทั้งการทำเพจเฟสบุ๊ค ทำบล็อก และเขียนหนังสือสักเล่มถ้าเป็นไปได้ ฉันค่อยๆ ทำไปด้วยความสุขและสนุกกับมัน ผลจะเป็นอย่างไรเป็นเรื่องของวันข้างหน้า

ชีวิตฉันในวันนี้ ถ้าถามว่าพอใจกับตัวตน ณ วันนี้ไหม ฉันคิดว่าฉันพอใจแล้ว มีงานทำ มีรายได้ มีหนี้ก็ใช้หนี้ไป มีโรคประจำตัวก็รักษาไป เก็บเงินเพื่อลูกไป ทุกอย่างมันมีแบบแผนที่ถูกต้องควรทำที่เรารู้กันอยู่แล้ว

ตราบใดเรายังมีแรงมีสมอง มีใจที่ไม่ท้อ รู้จักมองโลกในแง่บวก รู้จักหาความสุขได้ในทุกวัน ไม่เก็บเอาความทุกข์มารกใจ จะมีความสุขอะไรได้มากไปกว่านี้เล่า มีครอบครัวพี่น้องที่รัก มีสามีน่ารักและอยู่เป็นเพื่อนไม่เคยห่างตลอดเวลาตั้งแต่รู้จักและแต่งงานกันมาร่วมสามสิบปี มีลูกเรียนเก่งอยู่ในโอวาท โดยที่แม่ไม่ต้องเหนื่อยเคี่ยวเข็น อนาคตของลูกจะเป็นเช่นไร ก็เป็นเรื่องของลูก ที่แม่อย่างฉันไม่คาดหวัง เพราะถือว่าได้ทำหน้าทีตนเองเต็มที่แล้ว นี่แหละ ตัวฉันที่เป็นฉันเอง

แก้วเจ้าจอม

17 กันยายน 2561

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: