เรื่องราวของนักเขียนบนแผ่นฟิล์ม

#เรื่องราวของนักเขียนบนแผ่นฟิล์ม

เดือนที่ผ่านมาฉันไล่ตามดูหนังฝรั่งหลายเรื่อง เน้นๆเฉพาะหนังที่ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับนักเขียน

ดูจบไปแล้วสี่เรื่องสี่แบบ มีทั้งสมหวังและผิดหวังในรัก

แปลกแต่จริงที่ทั้งสามเรื่องที่ผิดหวัง เป็นชีวิตจริงๆของนักเขียน ส่วนอีกเรื่องที่สมหวังบังเอิญเป็นเรื่องแต่ง ที่บทประพันธ์ให้ตัวเอกเป็นนักเขียน

••#ชีวิตจริงของนักเขียนนั้นแสนเศร้าเช่นนั้นหรือ••

เรื่องแรกว่าด้วยชีวิตรักของเจน ออสเตน นักเขียนหญิงชาวอังกฤษ ที่เราคุ้นหูชื่อผลงานของเธอจากหนังอีกเรื่องที่ชื่อ Pride And Prejudice

แต่เรื่องที่ฉันได้ดูคือเรื่อง Becoming Jane

ในหนังเล่าเรื่องชีวิตครอบครัวเจนที่เริ่มมีปัญหาค่าใช้จ่ายในครอบครัว จนพ่อแม่เจนอยากให้เธอแต่งงานกับหลานชายในครอบครัวคนรวย แต่เจนผู้บูชาความรัก เธอกลับไปหลงรักชายหนุ่มอีกคน เขาชื่อ เลอฟรอย เป็นหนุ่มเรียนกฎหมาย ที่มีพื้นเพครอบครัวยากจน แต่มีลุงร่ำรวย ได้รับอุปการะเขาไว้

ทั้งคู่พบกัน รักกัน บรรยากาศในภาพยนตร์สวยงาม ยิ่งได้ดารานำอย่าง Anne Hathaway และ James Mcavoy แสดงคู่กัน ยิ่งดูเหมาะสมสวยงาม

แต่อย่างที่เจน ออสเตน เคยพูดถึงค่านิยมของคนอังกฤษในยุคนั้น คือบ้านไหนมีลูกสาว พ่อแม่มักจะต้องถือเรื่องหาคู่ครองให้ลูกเป็นชายหนุ่มร่ำรวย ยิ่งอยู่ในตระกูลสูงก็ยิ่งดี ชายหนุ่มอนาคตไกลก็ย่อมอยากได้ศรีภรรยาที่คู่ควรเหมาะสมเช่นกัน

เมื่อลุงของเลอฟรอยไม่อนุญาตให้หลานชายนักกฎหมายที่มีอนาคตไกลถึงระดับผู้พิพากษา มาแต่งงานกับหญิงสาวอย่างเจน และจัดการให้หลานหมั้นหมายกับหญิงสาวที่ตนเลือกให้

ความรักของทั้งคู่ก็ถึงทางตัน เจนนั้นผิดหวังในตัวเลอฟรอยไปแล้ว

แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็มาชวนเธอหนีไปด้วยกัน เธอชั่งใจอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไปกับเขา

ระหว่างทางบังเอิญได้รู้ความจริงจากจดหมายของครอบครัวเลอฟรอย ถึงความลำบากและความช่วยเหลือที่เลอฟรอยต้องพึ่งพาจากลุง และแอบมาจุนเจือที่บ้าน ถ้าเขาหนีไปกับเธอ ความช่วยเหลือจากลุงน่าจะถูกตัดขาด และชีวิตของชายที่รักต้องจมดิ่งและพลิกผันจนเจนไม่อาจคาดเดา

เธอจึงเปลี่ยนใจ ด้วยการไม่ทำร้ายชายอันเป็นที่รัก เธอเลือกที่จะกลับมามาบ้าน ตัดสินใจครองตัวเป็นโสด ยังชีพด้วยงานที่รัก คือการเป็นนักเขียน

ความรักของเธอแม้ไม่สมปรารถนาได้ครองคู่ครอบครอง แต่มันยังอยู่ในใจเสมอ

นี่คือการกระทำที่เสียสละตนเพื่อความรัก ไม่ทำลายบุคคลอันเป็นที่รัก ด้วยความรักตนเองที่มากกว่า

ในฉากจบของหนัง เมื่อทั้งคู่กลับมาพบกันในวัยชรา เจนเป็นนักเขียนหญิงมีชื่อเสียง และเลอฟรอยเป็นนักกฎหมายหนุ่มใหญ่ที่มีบุตรสาววัยรุ่น ที่เขาตั้งชื่อให้ว่า ‘เจน’บุตรสาวของเลอฟรอยเป็นแฟนนักอ่านวัยเยาว์ของเจน

ในขณะที่เจนค่อยๆ อ่านบทประพันธ์ตอนหนึ่งของเธอ ความรักของเจนที่มีต่อเลอฟรอย ยังคงอยู่ และถ่ายทอดออกมาในถ้อยคำเหล่านั้น

ความรักนั้นยังคงอยู่ตราบนานจนปัจจุบัน

•••

แต่เมื่อมองมาในภาพยนตร์อีกเรื่องที่เล่าเรื่องความรักของนักเขียนใหญ่ เออร์เนส เฮมิ่งเวย์ สมัยยังเป็นหนุ่มน้อย ต้องเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ในสมรภูมิที่ประเทศอิตาลี เขาเกิดบาดเจ็บในสงคราม จนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่มีหน่วยกาชาดช่วยเหลือจากอเมริกา จึงได้พบรักกับพยาบาลสาวชาวอเมริกันรุ่นพี่ แอ็กเนส คูรอฟสกี้

ภาพยนตร์เรื่องนี้ชื่อว่า In Love And War ตามเรื่องราวที่ความใกล้ชิด เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความรักครั้งนี้ เฮมิ่งเวย์หลงรักและจริงจังกับเธอ แต่เพราะมีช่วงเวลาที่ต้องห่างกัน เฮมิ่งเวย์เดินทางกลับอเมริกาก่อน ในขณะที่หญิงสาวยังต้องปฏิบัติภารกิจจนกว่าสงครามจะเลิก

ในช่วงที่ห่างกัน มีนายแพทย์หนุ่มใหญ่มาติดพันพยาบาลสาวและขอเธอแต่งงาน เป็นที่มาของจดหมายแจ้งยุติความสัมพันธ์ของเธอกับเฮมิ่งเวย์ แต่ภายหลังเธอก็กลับเลิกรากับนายแพทย์ และเดินทางกลับอเมริกาเพื่อพบเฮมิ่งเวย์ และยืนยันความรู้สึกตนเองว่ารักเฮมิ่งเวย์คนเดียว

แก้วที่ร้าวไปแล้ว ยากที่จะประสานคืนกลับ เฮมิ่งเวย์ปฏิเสธที่จะคืนดี แม้นจะยังรัก แต่ศักดิ์ศรีและความโกรธมีมากเกินกว่าจะอภัย แล้วทั้งคู่ก็จบชีวิตรักไว้เพียงเท่านี้ แม้ต่อมาช่วงชีวิตรักที่มีต่อพยาบาลสาว จะมีอิทธิพลและปรากฎในงานเขียนชิ้นสำคัญๆ ต่อมา เช่น A Farewell To Arms ก็ตาม

ความรักในเรื่องนี้เป็นความรักที่มาถึงในเวลาที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งยังขาดความเข้าใจโลกและชีวิตเพียงพอ ด้วยเป็นความรักที่เกิดในช่วงเวลาแห่งวัยเยาว์ สถานการณ์ อารมณ์และความปรารถนาจึงมากล้นเกินกว่าความรู้สึกรักที่แท้จริง

เมื่อรากแห่งรักยังไม่หยั่งลึกเพียงพอ มันจึงไม่เติบโต

ในฉากจบที่ดารานำหญิง แซนดร้า บุลล็อก เดินทางมาพบเฮมิ่งเวย์ ที่รับบทโดย คริส โอดอลเนล

เธอเพียงปรารถนามาเพื่อกล่าวคำว่า ‘ฉันรักเธอ’ ให้เขาได้ยินต่อหน้าเท่านั้น เมื่อเขาได้ยินสิ่งแท้จริงที่อยู่ในใจเธอแล้ว เขายังไม่อาจให้อภัยให้เธอได้ เธอก็พร้อมยอมรับผลแห่งมัน ด้วยการเดินจากไปเงียบๆ แล้วเส้นทางชีวิตของคนทั้งคู่ก็ไม่เคยมาบรรจบกันอีกเลย

เป็นความรักที่เป็นได้เพียงความทรงจำช่วงหนึ่งในชีวิตเพียงเท่านั้น

•••

เรื่องราวที่สามแห่งชีวิตรักของนักเขียน ในภาพยนตร์รัก คราวนี้เป็นนักเขียนวรรณกรรมเยาวชนที่เราคุ้นเคยจากภาพการ์ตูนกระต่ายน้อย ปีเตอร์ แร็บบิท นักเขียนหญิงผู้เป็นทั้งนักเขียนและศิลปินในคนเดียวกัน เบียทริกซ์ พ็อตเตอร์ นักเขียนหญิงชาวอังกฤษ ในภาพยนตร์ชื่อสั้นๆ ง่ายๆว่า ‘Miss Potter ‘

หนังเล่าถึงทัศนคติของมิสพอตเตอร์ที่พยายามไม่เดินตามรอยแนวขนบนิยม ในการดูตัว หาคู่ครองในครอบครัวร่ำรวย เธอปรารถนาเพียงเขียนหนังสือ วาดภาพประกอบ ความสุขจากตัวละครที่เธอสร้าง เติมเต็มให้ชีวิตเธอมากพอแล้ว

เธอตั้งใจจะเลี้ยงชีพด้วยงานเขียน พยายามจะนำผลงานไปขายตามสำนักพิมพ์ แต่ก็ไม่มีใครตอบรับ จนกระทั่งมาพบชายหนุ่มบุตรชายเจ้าของสำนักพิมพ์ที่ปฏิเสธเธอ

เขามองเห็นความมหัศจรรย์ในเรื่องราวและภาพวาดประกอบอย่างที่เธอมองเห็น เขาจึงรับปากจะสนับสนุนงานของเธอเต็มกำลัง และทำทุกวิถีทางเพื่อให้งานของเธอออกสู่สาธารณะให้ได้ตามฝัน

ทั้งคู่จูงมือกันเพื่อสานฝันของกันและกัน จนสำเร็จ

นี่คือเรื่องราวความรักของคนที่เหมือนกัน เข้าใจในตัวตนซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี แต่น่าเสียดายความรักครั้งนี้ไปไม่ถึงปลายทาง

มิสพ๊อตเตอร์ และ มิสเตอร์นอร์แมน วอร์น ช่วยเหลือกันในเรื่องงานจนพัฒนาความสัมพันธ์กลายเป็นความรัก และตกลงหมั้นหมายกันในที่สุด

แต่เพราะโชคชะตาผู้คนไม่อาจคาดเดาได้ ยังไม่ทันได้แต่งงาน นอร์แมนก็ล้มป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมาด้วยโรคลูคีเมีย

หนทางที่วาดฝันร่วมกันพังครืนเพราะความตาย ทำให้มิสพ็อตเตอร์เศร้าโศกเสียใจ ขังตนเองอยู่ในห้อง กระต่ายน้อยที่เธอวาดพลอยไร้สีสันโศกเศร้าไปด้วย

แล้ววันหนึ่งเมื่อเธอเห็นว่าชีวิตต้องเดินต่อไป เธอจึงละทิ้งสถานที่เก่าๆแห่งความทรงจำ ย้ายออกมาอยู่ในชนบท ในที่ดินที่เธอวางแผนซื้อไว้ว่าจะเป็นสถานที่แห่งความสุขที่เธอใช้เป็นที่สรรสร้างงานดีๆ

เธอละทิ้งอดีตที่เจ็บปวดและก้าวต่อไปด้วยการอยู่กับงานที่รัก

•••

จบไปแล้วกับสามเรื่องแรกของนักเขียนจริงๆ ที่มีตัวตนจริงๆ แต่ทั้งสามเรื่องไม่สมหวังในรัก จากเป็นบ้างจากตายบ้าง ตามธรรมดาของโลก

แต่ในเรื่องที่สี่ที่ได้ดูล่าสุด เป็นภาพยนตร์ที่เพิ่งสร้างและออกฉายเมื่อปีที่แล้ว เรื่องราวของนักเขียนในเรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่แต่งขึ้น และจบลงอย่างสวยงาม สมหวัง เพราะเป็นภาพที่ผู้ประพันธ์เขียนขึ้น ไม่ใช่ชีวิตจริง

ชื่อเรื่องแสนแปลกว่า The Guernsey Literary and Potato Peel Pie Society

Guernsey เป็นชื่อเกาะบ้านพระเอกและชมรมอ่านวรรณกรรม เกาะนี้อยู่บริเวณช่องแคบอังกฤษใกล้กับอ่าวนอร์มังดี เป็นเกาะที่ถูกพวกเยอรมันยึดครองระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง

ชมรมอ่านวรรณกรรมนี้เกิดขึ้นเพราะความจำเป็นในวันหนึ่ง ที่พระเอกและเพื่อนบ้าน แอบเอาหมูหนึ่งตัวที่ซ่อนทหารไว้ออกมาย่างกินกัน

ความอดอยากแร้นแค้นเพราะถูกทหารยึดที่ทำกิน ยึดอาหาร ทำให้เวลาแห่งความสุขนี้ต้องหลบซ่อนมิดชิด แต่เมื่อจวนตัวจะถูกจับได้ การอ้างเหตุผลแห่งการมารวมตัวกันเพื่ออ่านวรรณกรรมและกินพายจากเปลือกมันฝรั่ง จึงเป็นข้ออ้างที่แทบจะฟังไม่ขึ้น แต่สุดท้ายพระเอกและเพื่อนบ้านต้องทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาให้ได้เพื่อตบตาทหารที่คอยเฝ้าดู

นางเอกของเรื่องเป็นนักเขียนชาวอังกฤษ ชื่อของเธอพร้อมที่อยู่บังเอิญอยู่ในหนังสือเล่มหนึ่งที่พระเอกค้นเจอจากห้องสมุดในหมู่บ้าน เขาจึงเขียนจดหมายหาเธอเพื่อสอบถามถึงหนังสือเล่มอื่นที่เขาอยากได้มาอ่านในชมรมอ่านวรรณกรรม

นางเอกรู้สึกประทับใจเรื่องราวจนตัดสินใจเดินทางไปพบกับพระเอกและเพื่อนๆที่เกาะ ความตั้งใจแรกคือต้องการไปรับรู้เรื่องราวและนำมาเขียนถ่ายทอด แต่เมื่อเดินทางไปถึง ความตั้งใจแรกต้องยกเลิก ตามติดมาด้วยเรื่องราวที่มาที่ไปและความลับความหลังของบุคคลต่างๆสมาชิกชมรมวรรณกรรมแห่งนี้

และท้ายที่สุดคือ เธอได้รู้จักความรักที่แท้จริง จากชายหนุ่มชาวบ้าน ที่เธอสัมผัสได้ถึงความเข้าใจในตัวตนของเธอ และพูดภาษาเดียวกับเธอ

ความรักของเธอและเขาสมหวัง เพราะเธอตัดสินใจทิ้งชีวิตหรูหราในลอนดอน เดินทางมาใช้ชีวิตอยู่ในชนบทบนเกาะที่ห่างไกลกับคนรัก

จบแบบแฮปปี้ชวนฝัน ด้วยฉากชายหนุ่มหญิงสาวนอนเคียงกันอ่านหนังสือเล่มโปรด ตรงลานหน้าบ้าน

เรื่องแต่งนี่แหละจบได้อย่างใจคนอ่าน เพราะเรื่องจริงเราออกแบบเองไม่ได้ การจบอย่างมีความสุข จึงเป็นการสนองความฝันที่นักเขียนแนวสุขนิยมส่วนใหญ่เลือกใช้เพื่อผลงานที่เติมเต็มหัวใจผู้คน

ชีวิตรักนักเขียน ดูแล้วไม่ต่างจากชีวิตจริงของอาชีพอื่น เป็นเรื่องราวที่มีทั้งสุขและทุกข์ แต่บังเอิญว่าชีวิตที่สมหวังมักไม่ถูกหยิบยกมาสร้างเป็นภาพยนตร์เท่านั้น เมื่อดูจบ จึงเพียงกล่าวตบท้ายเรื่องราวว่า ดูหนัง ดูละคร แล้วย้อนดูตัว

ชีวิตรักของคนเราจริงๆ เลือกได้ สำคัญว่าจะเลือกให้จบอย่างไร แบบเศร้าเคล้าน้ำตา หรือจบแบบอิ่มเอมด้วยรอยยิ้ม เพราะชีวิตเป็นของเรา

แก้วเจ้าจอม

24 กุมภาพันธ์ 2562

การบ้านคอร์สยูนีคสไตล์

การเขียนเชิงอธิบาย

ติดตามดูภาพยนตร์เท่าทีมีเขียนไว้ในบล็อกของฉันค่ะ

❤️Becoming Jane

❤️Miss Potter

❤️In Love And War

❤️The Guernsey Literary And Potato Peel Pie Society

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s