อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ…ที่รัก

บันทึกการอ่าน

อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ..ที่รัก

ไพลิน รุ้งรัตน์

หลังจากรื้อตู้หนังสือและคัดเลือกหนังสือกองดองมากมายที่ซื้อเอาไว้ก่อนแล้วค่อยหาเวลาว่างมาอ่านที่หลัง

วันนี้ก็ถึงคิวหนังสือนวนิยายเล่มบางไม่หนามากเล่มนี้ที่หยิบกลับมาอ่านใหม่อีกครั้ง เป็นหนังสือเก่าที่ฉันซื้อมานานมากแล้ว เพิ่งหยิบออกมาอ่านทบทวนอีกรอบ เพราะคำโปรยหน้าปกที่ว่า “นวนิยายรักของคนรักหนังสือ”

ชื่อเรื่องหนังสือนวนิยายเล่มนี้ก็เก๋ไก๋ว่า “อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ..ที่รัก” ผู้ประพันธ์คือ ไพลิน รุ้งรัตน์ (ชมัยภร แสงกระจ่าง)

บนหน้าปกเล่มที่ฉันซื้อมาตั้งแต่ปี 2543 มีบรรยายไว้ว่า หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลชมเชยประเภทบันเทิงคดีสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ

“อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ..ที่รัก” เป็นเรื่องราวของคุณหมอจุล กับ ลมเย็น ที่มีหนังสือมาเป็นจุดเชื่อมความสัมพันธ์

การพบกันโดยบังเอิญเพราะคุณหมอจุลต้องไปตรวจสุขภาพให้กับคุณย่าบัวแทนเพื่อนหมอหนุ่มเจ้าของคนไข้ที่ติดธุระ เลยได้พบกับสาวน้อยหลานสาวคุณย่า

คุณย่าบัวเป็นคนรักหนังสือ สะสมหนังสือมากมายเต็มบ้านเรือนไทยที่จังหวัดจันทบุรี มีหลานสาวที่ส่งเรียนจนจบบรรณารักษ์มาช่วยคุณย่าดูแลหนังสือในบ้าน

คุณหมอจุลแต่เดิมไม่ใช่คนรักการอ่าน แต่เมื่อถูกอกถูกใจในตัว “ลมเย็น” เขาจึงต้องเลยตามเลยสนใจและเริ่มต้นการอ่านหนังสือจากคำแนะนำของ “ลมเย็น”

วันแรกที่พบกัน คุณหมอจุลเลยได้หอบหนังสือกลับไปอ่านที่บ้านจากคำแนะนำของคุณลมเย็นถึงห้าเล่ม ที่เลือกหนังสือดีที่มีเรื่องราวเกี่ยวพันกับอาชีพ”หมอ” ตามที่ผู้เขียนบรรยายความคิดของคุณหมอจุลเกี่ยวกับหนังสือไว้ดังนี้

“ผมก็เลยต้องทำเป็นหอบไปเสีย 5 เล่ม และก็ได้พยายามเลือกเอาเล่มที่คิดว่าเข้ากับชีวิตของหมอได้ดีที่สุดแล้วนะ เช่น

“ห้วงมหรรณพ” ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” นัยว่าเป็นเรื่องราวของสรรพชีวิต จะทบทวนวิชาชีววิทยา

“ชั่วชีวิต” ของ อ.อุดากร เล่มนี้คนเขียนเป็นหมอที่เรียนไม่จบ (อย่าแปลกใจไป มัคคุเทศก์สาวเธอบอกน่ะ)

“ปราสาทมืด” ของ จุลลดา ภักดีภูมินทร์ เรื่องนี้พระเอกเป็นหมอ (เผื่อจะเป็นสุภาพบุรุษเหมือนผม)

“เสเพลบอยชาวไร่” ของ รงค์ วงษ์สวรรค์ เรื่องนี้ไม่มีใครเป็นหมอเลย แต่คุณลมเย็นเธอบอกว่าสำบัดสำนวนไม่เหมือนใคร ผมก็นึกอยากอ่าน (เผื่อจะได้ถูกใจเธอ แฮ่ม)

และเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของคนไข้ของผมล่ะ คนไข้ที่บาดเจ็บในสงคราม

“จอห์นนี่ไปรบ” ของ ดอลตัน ทรัมโบ “มโนภาษ เนาวรังสี” แปล

ฟังคุณลมเย็นเธอว่า หมอตัดแขนตัดขาตัดหน้าคนไข้ออกหมด เหลือเป็นแท่ง แต่คนไข้ก็ยังสามารถสื่อสารได้ด้วยรหัสมอร์ส ทำให้ผมสุดแปลกใจในความเป็นไปได้ของตัวหนังสือ “

นี่คือตัวอย่างตอนต้นเรื่องที่ผู้เขียนนำหนังสือมาเป็นสื่อในความสัมพันธ์ของตัวละครหลัก ทำให้ฉันเพลิดเพลินกับการอ่านเรื่องราวที่เขียนโดยใช้การเล่าเรื่องผ่านความคิดของพระเอก นายแพทย์จุลละ วิทู ที่มีต่อชีวิต ความสัมพันธ์กับครอบครัวและหญิงสาวที่เป็นที่รัก โดยมีหนังสืออีกหลายๆเล่มที่สอดแทรกเป็นสื่อรักของทั้งคู่

ฉันอ่านจบรวดเดียว และประทับใจในสารที่ผู้เขียนต้องการสื่อให้ผู้อ่านเห็นว่า ไม่ว่าการอ่านหนังสือเล่ม หรือการทำความเข้าใจในชีวิต เราต้องอ่านและค้นหา “หนังสือเล่มใน” หรือทำความเข้าใจกับตัวตนที่แท้ในใจเรา

เป็นหนังสือดีที่ไม่หนามาก อ่านจบแล้วฉันได้รายชื่อหนังสือเพิ่มเติมที่อยากอ่านเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเล่ม จากหนังสือสื่อรักในนวนิยายเล่มนี้ “อ่านหนังสือเล่มนึ้เถอะ..ที่รัก”

แก้วเจ้าจอม

31 กรกฎาคม 2562

Leave a Reply