เด็กชายชาวนา – หนังสือที่รักเล่มที่ 6

#หนังสือที่รัก #หนังสือในตู้

หนังสือชุดบ้านเล็ก

ความทรงจำระหว่างบรรทัดจากหนังสือที่รัก

ลมหนาวพัดมาและแสงแดดก็ดูเป็นหมอก กระรอกวิ่งกันพลุกพล่านเก็บลูกนัทขนเอาไปเก็บตุนเอาไว้กินในฤดูหนาว สูงขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็ดป่าส่งเสียงรัองเรียกกัน รีบเร่งจะอพยพไปทางใต้ เป็นวันที่เหมาะที่สุดสำหรับจะเล่นเป็นอินเดียนแดงที่ดุร้ายวิ่งวนไปตามต้นไม้เหล่านี้

เมื่อแอลแมนโซเล่นอินเดียนแดงจนเบื่อแล้ว เขากับอลิซก็มานั่งบนท่อนซุงและขบลูกนัทรับประทานกัน ลูกบีชนัทนั้นผลเล็ก มีรูปเป็นสามเหลี่ยม สีน้ำตาลเป็นมัน แต่ทุกลูกมีเนื้อเต็มแน่น มีรสชาติอร่อยมาก รับประทานเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ อย่างน้อยแอลแมนโซก็ยังไม่ทันเบื่อเมื่อรถเกวียนมาถึง

แล้วเขากับอลิซก็ย่ำใบไม้กันต่อไป ขณะที่คราดทั้งสองทำหน้าที่คราดใบไม้ทำให้พื้นดินโหว่กว้างออกไปทุกทีๆ

การเก็บลูกบีชนัทนี้กินเวลาเกือบตลอดวันเต็มๆ ในแสงขมุกขมัวเวลาโพล้เพล้ อากาศหนาวเยือกเย็น แอลแมนโซช่วยขึงรั้วจัดทำให้เรียบร้อย เพราะขนลูกไม้เที่ยวสุดท้ายผ่านเข้ามาแล้ว ลูกบีชนัททั้งหมดพร้อมด้วยใบของมันมากองสุมเป็นกองใหญ่อยู่บนพื้นในโรงนาทิศใต้ ข้างๆ เครื่องฝัดข้าว

คืนนั้นพ่อพูดว่า ฤดูร้อนของชาวอินเดียนแดงหมดลงวันนี้แล้ว
“คืนนี้หิมะคงตก” พ่อพูด จริงเสียด้วย พอแอลแมนโซตื่นขึ้นในตอนเช้าก็เห็นแสงแดดวาวๆนวลๆ เหมือนมีหิมะจากช่องหน้าต่าง เขาแลเห็นพื้นดินและหลังคาโรงนามีหิมะขาวเต็มไปหมด

. . .

เกร็ดที่มาของผู้แปลวรรณกรรมเยาวชนชุดบ้านเล็กในป่าใหญ่

เขียนโดย ลอร่า อิงกัลล์ส ไวล์เดอร์ แปลโดย ‘สุคนธรส’

คัดลอกจาก คำนำผู้แปลในหนังสือชุดบ้านเล็ก เล่ม 1

ตอน ‘บ้านเล็กในป่าใหญ่’

ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4 โดนสำนักพิมพ์แพรวเยาวชน ธันวาคม 2548

……………………………………….

เมื่อข้าพเจ้าศึกษาวิชาประวัติศาสตร์อยู่ในสหรัฐอเมริกานั้น 

อาจารย์ผู้เป็นหัวหน้าแผนกประวัติศาสตร์ได้ถามข้าพเจ้าถึงเรื่องการเรียนประวัติศาสตร์อเมริกันในประเทศไทย และได้แนะนำให้ข้าพเจ้าแปลหนังสือชุด 

Little House นี้ให้เด็กนักเรียนของเราอ่านบ้าง

เพราะเป็นเรื่องราวที่เขียนขึ้นสำหรับเด็ก แต่เป็นความจริงในประวัติศาสตร์ทุกตอน นักเรียนจะรู้สึกสนุกตามแบบอ่านนิยาย แต่ในขณะเดียวกัน จะเข้าใจถึงสภาพความเป็นอยู่ของชาวอเมริกันและสภาพทางด้านภูมิศาสตร์ สังคมศาสตร์ ได้ดีกว่าที่จะได้รับจากบทเรียนสังคมศึกษาในห้องเรียน

เมื่อได้อ่านหนังสือชุดนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกพอใจที่จะแปลออกเป็นภาษาไทย ข้าพเจ้าต้องการจะให้เด็กๆของเราได้ทราบว่า ชาวอเมริกันได้ต่อสู้กับธรรมชาติและความลำบากยากแค้นมาด้วยความมานะอดทนเพียงไร ก่อนที่บ้านเมืองของเขาจะเจริญรุ่งเรืองจนเป็นประเทศมหาอำนาจดังในปัจจุบันนี้ และชั่วระยะเวลาเพียง 80 ปีเศษเท่านั้นเอง (หมายเหตุ -คำนำนี้ผู้แปลเขียนขึ้นเมื่อคราวตีพิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์รวมสาส์นเมื่อปี 2507)รัฐวิสคอนซินซึ่งเคยเป็นป่าเปลี่ยว เป็นดินแดนของสิงสาราสัตว์ ได้กลับกลายเป็นบ้านเมืองซึ่งพร้อมไปด้วยความสะดวกสบายที่เกิดจากอำนาจของวิทยาศาสตร์

มิสซิสลอร่า อิงกัลล์ส ไวล์เดอร์ ผู้แต่งหนังสือเรื่องนี้ เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1867 (พ.ศ.2410) ในกระท่อมเล็กๆ ทำด้วยไม้ซุง อยู่ที่ชายป่าใหญ่ของรัฐวิสคอนซิน และได้อพยพไปกับบิดามารดาโดยอาศัยเกวียนเป็นพาหนะ เดินทางผ่านรัฐแคนซัส มินนิโซตา และดาโกตา ได้พบและแต่งงานกับ แอลแมนโซ ไวล์เดอร์ ดังที่เล่าไว้ในหนังสือตอน ‘เมืองเล็กในทุ่งกว้าง’ ในตอนสุดท้ายของชีวิตได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ในรัฐมิสซูรี มีบุตรหญิงผู้หนึ่งชื่อ โรส ไวล์เดอร์ เลน เป็นนักเขียนมีชื่อคนหนึ่งของอเมริกา

หนังสือชุดบ้านเล็ก หรือ The Little House Books 

โดยลอร่า อิงกัลล์ส ไวล์เดอร์ สำนวนแปลของ ‘สุคนธรส’

ช่วงแรกมีแปลไว้ 8 เล่มแรกได้แก่

1.บ้านเล็กในป่าใหญ่

2.บ้านเล็กในทุ่งกว้าง

3.เด็กชายชาวนา

4.บ้านเล็กริมห้วย

5.ริมทะเลสาบสีเงิน

6.ฤดูหนาวอันแสนนาน

7.เมืองเล็กในทุ่งกว้าง

8.ปีทองอันแสนสุข

ต่อมา ‘สุคนธรส’ แปลหนังสือในชุดนี้อีกสองเล่มคือ

9.สี่ปีแรก

10.ตามทางสู่เหย้า

ตีพิมพ์เป็นตอนๆในนิตยสาร ‘ลลนา’ ยุคที่สุวรรณี สุคนธาเป็นบรรณาธิการ จากนั้นได้จัดพิมพ์รวมเล่มอีกหลายครั้ง

ครั้งล่าสุดสำนักพิมพ์แพรวเยาวชนได้จัดพิมพ์ขึ้นใหม่ครบทั้งสิบเล่มเป็นชุดสะสม 

สำหรับนักอ่านชาวไทยวัยสามสิบปีขึ้นไป น่าจะได้ผ่านวัยเด็กมาโดยได้อ่านวรรณกรรมเยาวชนชุดนี้ เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ควรค่าแนะนำให้บุตรหลานได้อ่านค่ะ

#เรื่องราวระหว่างบรรทัด

#หนังสือชุดบ้านเล็กโดยลอร่าอิงกัลล์สไวร์เดอร์

#บ้านเล็กในป่าใหญ่

••••••••••••••••••••••••

Leave a Reply