มณีร้าว – ว วินิจฉัยกุล หนังสือที่รัก เล่มที่ 22

ความทรงจำระหว่างบรรทัดจากหนังสือที่รัก

ฉันถ่ายรูปเป็นปกแบบใหม่ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5 เดือนตุลาคม 2555 ประกอบโพสต์นี้

แต่ครั้งแรกที่เคยอ่านนั้นนานมาแล้ว เป็นแบบปกแข็ง หน้าปกนวนิยายเรื่อง ‘มณีร้าว’ ของ ว.วินิจฉัยกุล เล่มที่เคยอ่าน เป็นเล่มที่เก่ามากที่สุดในบรรดาหนังสือนวนิยายของ ว.วินิจฉัยกุล ที่ฉันมี

มันเป็นปกแข็งแบบนวนิยายรุ่นเก่า พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร เป็นการพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2531 ตอนที่มีการจัดพิมพ์ขึ้นใหม่ก็ว่าจะซื้อแบบปกใหม่เล่มเดียวมาเก็บสะสม ก็หลงลืมและพลาดไป เพิ่งไปตามหาได้มาจากในกลุ่มเมื่อปีที่แล้ว

ฉันชอบนวนิยายเรื่องนี้มาก อ่านนานแล้ว เมื่อคิดถึงก็ไปย้อนดูละครทีวีเรื่องนี้ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 2533 แล้วก็หยิบออกมาอ่านอีกรอบ เพราะนึกอยากบันทึกการอ่านเรื่องนี้เก็บไว้

ว.วินิจฉัยกุล ได้เขียนคำนำถึงแรงบันดาลใจและข้อสังเกตของสังคมสองข้อที่ทำให้ท่านเขียนเรื่องราวนี้ขึ้นมา คือ หนึ่ง ปัญหาความแตกร้าวในครอบครัวของพ่อแม่ที่ส่งผลกระทบต่อลูก และสอง ข้อสังเกตเรื่องผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อทางเพศ ที่น่าตกใจว่าในความจริงแล้วมักเกิดจากผู้ชายที่อยู่ใกล้ชิดมากกว่าคนแปลกหน้า

คล้ายเดือน นางเอกของเรื่องจึงมีชะตากรรมตามแก่นเรื่องที่ผู้เขียนต้องการสื่อถึงผู้อ่าน คือเป็นหญิงสาวสวยบริสุทธิ์ อ่อนต่อโลก มีแฟนหนุ่มแสนดีตามอุดมคติ ชีวิตเธอน่าจะสวยงาม แต่แล้วเมื่อมีปัญหาครอบครัว พ่อมีเมียน้อย เธอก็ทุกข์และจมอยู่กับความทุกข์ของตน และเมื่อสถานการณ์พาไปให้เธอต้องพบคนอีกสังคมผ่านกลุ่มเพื่อนเก่าที่กลับมาพบกันใหม่ เพื่อนที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากกรอบชีวิตของเธอ เธอก็ถูกโชคชะตาและความประมาทจนตกเป็นเหยื่ออย่างง่ายดาย

ฉายฉาน พระเอกของเรื่องที่เริ่มต้นบทบาทด้วยการเป็นผู้ชายร้ายกาจเจ้าเล่ห์ที่ทำลายชีวิตของคล้ายเดือน ผู้ชายเพลย์บอย ที่ไม่เห็นค่าของผู้หญิงที่เข้ามาอยู่ในวังวนชีวิตสังคมเหลวแหลกของตนเอง เพราะความที่มีพื้นเพเป็นลูกเมียน้อยในครอบครัวเศรษฐีที่พ่อมีเมียมากมาย จนทำให้เขาไม่ศรัทธาในชีวิตแต่งงาน และมองผู้หญิงที่เข้ามาใกล้ชิดเป็นเพียงของเล่นสนุก

แต่หลังจากความสุขทางกายที่ฉายฉานตักตวง ฉวยเอาจากความอ่อนต่อโลก เชื่อใจคนมากเกินไป จนไปถึงการไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม ของคล้ายเดือน เขากลับไม่เคยลืมเธออีกเลย เขาติดตาม พัวพัน และสุดท้ายก็คอยช่วยเหลือ เมื่อพบว่าเธอได้รับความทุกข์และผลกระทบจากความสนุกชั่วข้ามคืนของเขาจนชีวิตแทบจะไปต่อไม่ได้

ฉันชอบเรื่องนี้ที่ได้เห็นพัฒนาการทางอารมณ์และความคิดของตัวละครที่เปลี่ยนไปทีละนิดจากตอนต้นเรื่องจนท้ายเรื่อง

คล้ายเดือนค่อยๆเรียนรู้จากความทุกข์ตกผลึกจนกลายเป็นความเข้มแข็ง จนสามารถมาทำงานช่วยเยียวยาจิตใจผู้คนในองค์กรที่ช่วยเหลือหญิงสาวที่ผ่านความทุกข์ทรมานเช่นเดียวกับเธอ

ฉายฉานค่อยๆเรียนรู้จากอารมณ์ความรู้สึกและมโนธรรมพื้นฐานในส่วนลึกก็เอาชนะความเคยชินจากการใช้ชีวิตในสิ่งแวดล้อมแย่ๆที่เติบโตมา จนค่อยๆยอมรับความผิดของตนเอง และพร้อมจะแก้ไขไถ่โทษความผิดบาปที่เขากระทำต่อหญิงสาวบริสุทธิ์ แสนดีที่สุดท้าย ความดีของเธอก็เอาชนะจิตใจฉายฉานจนกลายเป็นความรักในที่สุด

อย่างที่ผู้เขียนกล่าวไว้ในคำนำว่าผู้เขียนไม่ใจแข็งพอที่จะเขียนเรื่องราวนี้ให้จบลงอย่างทุกข์ทรมานตามข้อเท็จจริงและชีวิตจริงของเหยื่อจำนวนมาก เพราะคนที่เป็นแบบฉายฉานในชีวิตจริงอาจจะแทบไม่มีเลย หรือมีน้อยมากๆ

สำหรับฉันก็รู้สึกขอบคุณผู้เขียนที่ได้เขียนออกมาแบบนี้ และทำให้ฉายฉายและคล้ายเดือนเป็นตัวละครพระนางอีกคู่ที่ฉันประทับใจ และมักจะคิดถึงอยู่เสมอๆ

สำหรับตอนที่ประทับใจในนวนิยายเรื่องนี้ คือตอนท้ายๆของเรื่องที่ฉายฉายมีความทุกข์เรื่องน้องสาวและไม่มีใครในชีวิตคนอื่นที่เขาอยากปรับทุกข์ด้วยนอกจากคล้ายเดือนคนเดียวที่เขาคิดถึงเธอเสมอ เขาจึงมาพบเธอที่บ้านสวนและขอโอกาสแก้ตัวเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

…..

“คล้ายเดือนเดินไปที่ประตูหน้า รีรออยู่อึดใจก็ค่อยๆเปิดประตู โผล่หน้าออกไปมองที่ระเบียงข้างนอก เพิ่งเห็นว่าไฟฟ้าไม่ได้เปิดอยู่อย่างตอนแรก….ระเบียงนั้นมีแต่แสงจันทร์อาบอยู่เย็นตา และใครคนหนึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบ

หล่อนไม่แน่ใจว่าเขาเผลอหลับไปหรือเปล่า ถ้าหลับละก็มีหวังยุงหามกันละคืนนี้ หญิงสาวค่อยย่องเข้าไปใกล้โดยระวังมิให้พื้นกระดานเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดขึ้นมา

“คุณฉาย” หล่อนเรียกด้วยเสียงเบา แต่ก็ชัดเจนพอจะเรียกให้รู้สึกตัวขึ้นมาได้ หากว่าชายหนุ่มเผลอหลับไปจริงๆ

ฉายฉานยังคงนอนนิ่ง เสียงลมหายใจของเขาสม่ำเสมอเหมือนคนนอนหลับ

คล้ายเดือนก้มลงมองดวงหน้าที่เอนนอนรองรับด้วยผ้าใบผืนเก่าๆ มองเห็นได้เด่นชัดในแสงสีเงินยวงราวกับภาพวาดซึ่งจิตรกรเน้นแสงเงาอย่างบรรจง ในยามหลับ…ดวงหน้าเขาละมุนละไมกว่าปกติ คล้ายหนุ่มน้อยผู้ไม่เจนจัดต่อเล่ห์เหลี่ยมของชีวิต ผิดกับยามตื่น…คงจะเป็นดวงตาคมลึกและบุคลิกของผู้มั่นใจในตนเองอยู่เสมอละมังทำให้เขาเหมือนนายพรานผู้มีชั้นเชิงในการล่าเหยื่ออยู่เสมอ

หญิงสาวนึกขันความผันแปรของชะตาชีวิตผู้คน ใครจะเชื่อได้ว่าวันหนึ่งฉายฉานจะต้องมานอนอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบเก่าๆ บนระเบียงในบ้านสวนซึ่งห่างไกลจากแสงสีหรูเริดของชีวิตที่เขาคุ้นเคย ซ้ำร้ายคือต้องนอนเฝ้าความปลอดภัยให้หล่อนราวกับเป็นยามเฝ้าขโมยเสียอีก

หญิงสาวไม่รู้ว่าหล่อนพิศดูเขาอยู่นาน พอรู้สึกตัว..ขยับจะถอยห่าง ก็พบว่าลำแขนล่ำสันเอื้อมมาตวัดเอวหล่อนไว้ ดึงจนกระทั่งหล่อนล้มลงไปบนตัวเขา แล้ววงแขนของอีกฝ่ายก็โอบรัดแผ่นหลังแน่นไม่ให้ลุกขึ้นมาได้

เสียงหัวเราะนุ่มๆ ลึกๆ กังวานอยู่ข้างหู ไม่สะดุ้งสะเทือนกับเล็บที่ฝังลงไปบนเนื้อของอีกฝ่าย
“ถ้าจะปลุกเจ้าชายนิทรา เดือนต้องใช้วิธีนี้”

คล้ายเดือนอ้าปากจะรัองค้านออกมา แต่ก็ช้าเกินไป ริมฝีปากบอบบางอ่อนนุ่มของหล่อนประทับลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายหนึ่ง เพราะแรงจากมือที่เลื่อนขึ้นมากดหลังศีรษะเอาไว้

โลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ…ประกายจากผิวน้ำหยุดเต้นในแสงเดือน แม้สายลมพัดผ่านลอดใบมะพร้าวก็พัดผ่านไปไกลแสนไกล มีแต่เสียงหัวใจเท่านั้นที่เต้นแรงเหมือนจะโลดออกมานอกทรวงอก

จูบของฉายฉานเลื่อนจากปากไปที่ผิวแก้มบอบบาง หอมกรุ่นด้วยแป้งเด็กเหมือนผิวอ่อนของทารก เขาจูบหล่อนด้วยความรู้สึกห่างไกลจากความเร่าร้อนรุนแรงอย่างที่เคยเป็น มีแต่ความดื่มด่ำเหมือนคนที่คว้าของมีค่ากลับมาได้ในนาทีสุดท้ายก่อนมันจะพลัดแตกกระจายไปต่อหน้าต่อตา

….

นวนิยายเรื่องนี้มีเสน่ห์ที่บทรักที่ผู้เขียนบรรยายได้ละเมียดละไมอยู่ตลอดทั้งเรื่อง จนทำให้ฉันหลงรักตัวละคร ‘ฉายฉาน’ ชายหนุ่มร้ายกาจที่สุดท้ายทำให้ผู้อ่านหลงรักได้ในที่สุด ❤️

โปรยปกหลัง

การที่เด็กสาวคนหนึ่งสูญเสียความสาวไป ทำให้หล่อนคิดว่าหล่อนเสียทุกอย่างในชีวิต…ถูก ไม่ใช่ความผิดของหล่อนหรอกที่คิดเช่นนั้น คงจะเป็นเพราะพ่อแม่หรือสังคมแวดล้อมปลูกฝังหล่อนว่าคุณค่าของผู้หญิงอยู่ที่พรหมจารี หากว่าสูญเสียไปอย่างไม่ถูกต้อง…ก็เท่ากับหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง

ความร้าวรานครั้งนี้ เหมือนรอยร้าวในเนื้อแก้ว ถึงอย่างไรก็ไม่มีวันจางหาย…
มีแต่ทำให้แก้วนั้นแตกเป็นเสี่ยงในวันข้างหน้า

••••••••••

มณีร้าว : ว.วินิจฉัยกุล
ลงพิมพ์ในนิตยสารสกุลไทย
และตีพิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาการ
เมื่อปี พ.ศ.2531
ภาพประกอบโพสต์คือฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5
เดือนตุลาคม พ.ศ. 2555
โดยสำนักพิมพ์ทรีบีส์
จำนวน 529 หน้า
ราคาปก 350 บาท
ภาพปก-ออกแบบ : ฟารุต สมัครไทย

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

Leave a Reply