ผู้ใหญ่ลีกับนางมา – กาญจนา นาคนันทน์ หนังสือที่รัก เล่มที่ 16

ความทรงจำระหว่างบรรทัดจากหนังสือที่รัก

ลีนวัตรไม่เคยฝันหวานถึงขนาดจะให้ชาวนาไทยขับคาดิลแล็คของตนเองเข้ามาจอดในลานบ้านได้อย่างชาวนาต่างประเทศที่เขาเคยเห็นในภาพยนตร์นั่นเลย เขาเพียงแต่ปรารถนาจะให้พี่น้องชาวนาของเขาได้มีที่นาของตนเองพอสมควร ได้รับการศึกษาและเอาใจใส่ในด้านสาธารณูปโภค เพื่อยกมาตรฐานการครองชีพให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้

เขาเดินพลางคิดพลางจนฟ้าสางขึ้นมาเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว รีบดับไฟฉายเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง และสาวเท้าก้าวให้เร็วขึ้นเมื่อเดินผ่านหลังบ้านของตนเองเข้าเขตที่นาของมาลินี

เวลาผ่านไปสามเดือน เมื่อกลับมาใหม่ มองดูที่ทางทั้งหลายแปลกตาไปเป็นอันมาก ต้นไม้ใหญ่ริมคลองหายไปหมด รวมทั้งต้นมะพร้าวด้วย ลานบ้านสูงขึ้น แต่ยังขรุขระไม่เรียบเหมือนเดิม ลอมฟางใหญ่สามลอมหายไปหมดแล้ว เขาไม่แปลกใจอะไรเพราะนายทองใบไปรายงานว่ามีเรือมาซื้อฟางไปขายพวกทำสวนผักและเพาะเห็ด คุณมาขายฟางสามลอมได้เงินโขอยู่ ดูเถอะนะ สมัยนี้อะไรก็กลายเป็นเงินเป็นทองไปได้ทั้งนั้น แต่ทำไม ทำไม ฐานะของชาวนาจึงยังไม่กระเตื้องขึ้นเลย

สุนัขในบ้านวิ่งออกมาเห่าเกรียว พอมันจำได้ก็เงียบลงทันทีเปลี่ยนเป็นร้องงี้ดง้าด กระดิกหางเสียจนน่าเมื่อยแทน ลีนวัตรเดินผ่านครัวได้กลิ่นแกงคั่วหอมฉุยออกมา แต่เขายังไม่ต้องการทักทายแม่ผินหรือใครๆ ก่อนคู่หมั้นของเขา จึงเดินเลยออกไปทางต้นมะขามใหญ่หน้าบ้าน เขาจำเธอได้ทันทีแม้เพียงด้านหลัง

มาลินีนุ่งผ้าฝ้ายทอเป็นลายตามขวาง ยาวกรอมถึงข้อเท้าอย่างหญิงชนบททั่วไป แต่สวมเสื้อแขนสั้น ตัวปล่อยยาวปิดตะโพก ยืนกอดอกมองดูพระอาทิตย์กำลังขึ้นศีรษะเอียงนิดหน่อย

เธอคงกำลังเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวเช่นเดียวกับเขาเมื่ออยู่ที่วัดทุกเช้าและเย็น ยิ่งยามที่ระฆังรัวเหง่งหง่างสลับกับเสียงกลองด้วยแล้ว มันช่างวังเวงเสียนี่กระไร

“คุณมา” เขาร้องเรียกเธอเบาๆ พยายามระงับความตื่นเต้นดีใจเอาไว้อย่างสุดความสามารถ ถึงแม้ภาวะต้องห้ามได้ผ่านพ้นไปแล้ว เขารักเธอมาก ไม่ต้องการให้หัวใจของเธอได้รับความกระทบกระเทือน แม้แต่จะตกใจสักนิดหนึ่ง หรือตื่นเต้นดังเช่นที่เขากำลังเป็นอยู่ เพราะมันจะทำให้หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะและกลายเป็นเหยื่อของโรคหัวใจ ซึ่งกำลังทำร้ายมนุษย์อย่างร้ายแรงในขณะนี้รองจากโรคมะเร็ง

ถึงกระนั้นมาลินีก็สะดุ้งเฮีอก มือที่กอดกระชับอกเลื่อนลงจากกันโดยมิได้ตั้งใจ เธอกลัวผีอย่างที่สุด ในขณะนั้นเริ่มสว่างแล้ว ท้องฟ้าทางตะวันออกเป็นสีส้มแก่ มีเมฆสีม่วงลอยผ่านช้าๆ แต่ใครจะรับรองได้ว่าผีไม่หลอกคนในเวลากลางวัน ทั้งเธอก็กำลังยืนอยู่แต่ผู้เดียว มาลินียืนตัวแข็งไม่กล้าหันไปมองกลัวจะพบไอ้เจ้าตัวโตๆ ห้อยหัวลงมาจากกิ่งมะขาม ในใจนึกภาวนาคาถากันผีที่แม่ผินสอนให้ แต่กำลังใจไม่ดีอย่างนี้ คาถาก็สับสนกันไปหมดไม่รู้ว่าอะไรก่อนอะไรหลัง

ลีนวัตรหัวเราะ เดินเข้าไปใกล้แล้วพูดว่า
“คุณมาเป็นอะไรไป ยืนตัวแข็งเลย”

มาลินีได้เห็นและได้ยินวาจาของเขาอย่างชัดเจนจึงหัวเราะ แล้วตอบว่า
“โธ่ นึกว่าผีหลอกน่ะซิคะ ทำไมคุณไม่เรียกเสียงดังๆ อย่างธรรมดาล่ะคะ ใจหายหมดเลย”

“งั้นผมจะเรียกขวัญให้” เขาขยับเท้าเข้าไปใกล้เธอ
มาลินีถอยหลังแล้วพูดว่า “ไม่ต้องหรอกค่ะ มันกลับมาแล้ว นี่คุณเดินมาจากวัดตั้งแต่เช้ามืด หรือคุณมาค้างที่บ้านคะ จึงมาถึงนี่ได้ทันพระอาทิตย์ขึ้น”

“มาจากวัด” เขาตอบเสียงห้วนๆ แสดงว่าอารมณ์เริ่มจะเสียตัง

“โอ้โฮ้ คุณช่างไม่กลัวงูเงี้ยวเขี้ยวขอเสียบ้างเลย ไม่รู้จะรีบมาทำไมกัน”

ลีนวัตรอยากจะตอบว่า เขาอยากจะมาดูว่าเธอเบื่อแสงอรุณแล้วหรือยัง แต่ถ้าเขาตอบเช่นนั้นเธอก็จะโกรธ หาว่าเขานึกว่าเธอเป็นคนใจคอโลเล ผู้หญิงเป็นคนทนต่อความจริงไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงตอบตามความจริงอีกประการหนึ่ง ซึ่งเขาหวังว่าเธอคงชอบมากกว่าประการแรก

“เพราะคิดถึงคุณมาน่ะซิ อยากจะมาดูพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกับคุณ รู้ไหมเมื่อคืนนี้ผมนอนไม่หลับเลย ใจมาอยู่กับคุณเสียแล้ว คุณคงหลับสบายซินะ”
ประโยคหลังของเขา มาลินีเข้าใจดีว่าเขาเริ่มจะน้อยใจแล้ว คนตัวโตๆ น่ะ บางทีหัวใจก็เล็กนิดเดียว เขาตั้งแง่มาตั้งแต่มาถึงทีเดียว มาลินีไม่ต้องการให้วันนี้เสียไปเพราะเกิดขัดใจกัน เธอจึงหัวเราะเสียงหวานก้าวไปใกล้เขา จับมือของเขายกขึ้นมาแนบไว้ข้างหูแล้วพูดว่า

“ท้องฟ้าวันนี้สวยจับใจเชียวนะคะ คงจะเป็นเพราะมันรู้ว่าคุณมาชมพร้อมกับมากระมังคะ มากำลังนึกถึงคุณอยู่ คุณก็มาถึงพอดี แล้วนี่คุณทิ้งพ่อยอดชายนายปื้ดไว้ที่ไหนล่ะคะ”
“ที่วัด ปลุกมันไม่ตื่น เลยทิ้งมันไว้นั่น”
“พุทโธ่”
“คุณเป็นห่วงก็ไปรับมันกลับมาซิ” เขาเริ่มรวนเธออีก
“โธ่ ฟ้ากำลังสวย เมฆก็สวย ดูซิคะ”


•••••••••••••••••••

ที่มาของนวนิยาย ‘ผู้ใหญ่ลีกับนางมา’ โดย กาญจนา นาคนันทน์

คัดลอกจาก ‘ผู้ประพันธ์คุยกับผู้อ่าน’ ตีพิมพ์ในนวนิยายเรื่อง ‘ผู้ใหญ่ลีกับนางมา’ ฉบับพิมพ์ พ.ศ.2547 โดยบริษัท สำนักพิมพ์บรรณกิจ 1991 จำกัด

………………………………………………


เมื่อ พ.ศ. 2486 ดิฉันออกไปเป็นครูที่จังหวัดชัยภูมิ อยากเป็นนักเขียนเหลือเกิน แต่ไม่ทราบว่าจะเขียนอะไร

ตอนนั้นชีวิตยังมีประสบการณ์ไม่มากพอ แต่ก็ได้ประโยชน์มากอยู่เหมือนกัน ได้มีผู้เล่าให้ฟังว่า ข้าราชการฝ่ายปกครองผู้หนึ่งออกตรวจท้องที่ ไปถึงหมู่บ้านของผู้ใหญ่ลี เห็นมีลูกสุนัขมากมายจึงถามขึ้น


ลูกบ้านบอกว่าผู้ใหญ่บ้านสั่งให้เลี้ยงเพราะทางการสั่ง ท่านผู้นั้นสงสัยเป็นกำลัง จึงไปสอบถามถึงตัวผู้ใหญ่ลีเอง ก็ได้ความว่าผู้ใหญ่ลีไปประชุมที่อำเภอ ท่านสั่งให้เลี้ยงสุกรทุกบ้านเป็นการช่วยเหลือประเทศชาติ

ด้วยขณะนั้นเป็นเวลาระหว่างการสงคราม ผู้ใหญ่กลับจากประชุมแจ้งแก่ลูกบ้าน ลูกบ้านต่างก็ไม่ทราบว่าสุกรคืออะไรจึงถามขึ้น ผู้ใหญ่ลีเองก็ไม่ทราบ ในที่สุดเขาก็ช่วยกันคิดและสรุปเอาอย่างแยบคายว่า สุนัขแปลว่าหมาใหญ่ (นัก แปลว่า ใหญ่ หรือมาก). สุกรก็คงแปลว่าหมาน้อยแน่ๆ ละ เมื่อเห็นชอบดังนั้น ก็ลงมือเลี้ยงสุนัขกันทั้งหมู่บ้าน


ขออย่าได้คิดว่าเขาโง่ คนพวกนี้พูดภาษาถิ่นกันมาตั้งแต่เกิด และได้เรียนหนังสือกันเพียงนิดหน่อย จะเข้าใจศัพท์ทุกคำย่อมเป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้เล่ากันเป็นเรื่องขัน แต่ดิฉันเห็นเป็นเรื่องน่ารักที่เขาช่างเป็นพลเมืองดีเหลือเกิน ยังเสียใจจนบัดนี้ที่ไม่ได้ซักถามว่าผู้ใหญ่ลีคนนี้เป็นชาวชัยภูมิหรือเปล่า แต่คิดเอาเองว่าเป็นชาวชัยภูมิแน่ เท่าที่เคยผ่านพบมา ชาวชัยภูมิแท้ๆ เป็นคนหัวอ่อนน่ารักมาก และเขาควรจะได้รับการศึกษาอีกมากนักด้วย


เมื่อเพลงผู้ใหญ่ลีฮิตขึ้นราวปี 2508 มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก ทั้งทางหน้าหนังสือพิมพ์และวงการศึกษาจนถึงกับมีการอภิปรายกัน และเชิญผู้ร้องเพลงนี้ ซึ่งก็ไม่ทราบต้นตอของเพลงนี้ ไปร้องเพลงที่หอประชุมมหาวิทยาลัย ดิฉันเฝ้าดูต่อไปว่าจะเกิดอะไรตามมาบ้าง ดูเหมือนในปีนั้นเองที่รัฐบาลตกลงให้ตั้งมหาวิทยาลัยที่ขอนแก่นขึ้น จะเนื่องมาจากเพลงนี้หรือเปล่าดิฉันไม่ทราบ แต่ก็รู้สึกยินดีกับผู้ใหญ่ลีและลูกหลานของแกเป็นอันมาก


ในเนื้อเพลงตอนต้นว่า ‘พ.ศ.2504 ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม…’ เวลาเห็นจะคลาดเคลื่อนไปมาก เพราะเมื่อปี 2486 ดิฉันได้ทราบเรื่องนี้ แสดงว่ามันต้องเกิดก่อนหน้านี้แน่ จึงสันนิษฐานเอาเองว่า คงจะเป็นปี 2484 หรือใกล้เคียงกันนี้ ในระหว่างนั้นรัฐบาลประกาศให้ราษฎรทำอะไรหลายๆอย่าง เช่น ให้เลิกกินหมาก เลิกนุ่งผ้าถุงโจงกระเบน ให้สวมหมวก สวมรองเท้า ประกาศวีรกรรม วัฒนธรรม ให้ทำสวนครัว เลี้ยงไก่ กินก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น ท่านว่าการทำเช่นนั้นจะช่วยให้ไทยชนะสงครามได้ ในที่สุดไทยก็ชนะจริงๆ แต่ชนะอย่างที่ใครๆก็คงจะทราบอยู่แล้ว ขอให้เข้าใจว่าการนี้มีผู้ใหญ่ลีร่วมมือด้วยอย่างจริงจังผู้หนึ่ง


ขณะที่เพลงผู้ใหญ่ลีฮิตนั้น ชาวกรุงทั้งที่มีวิทยุและไม่มี จะต้องได้ฟังเพลงนี้แหวกอากาศมาวันหนึ่งๆ ไม่รู้กี่ครั้ง ดิฉันได้ฟังครั้งใดก็นึกถึงผู้ใหญ่ลีและชาวอีสานด้วยความเอ็นดูทุกครั้งไป จึงมาคิดว่าปั้นผู้ใหญ่ลีขึ้นมาใหม่สักคนเถอะ อย่าให้ใครเยาะเย้ยได้เลย ซึ่งมีอยู่ทางเดียวเท่านั้นคือ ให้เขาได้รับการศึกษาอย่างดี

เนื่องจากดิฉันไม่มีความรู้เรื่องชาวนาในภาคอีสานดีพอ จึงต้องย้ายผู้ใหญ่ลีมาอยู่ที่ทุ่งรังสิตอันเป็นถิ่นที่ดิฉันคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่เป็นประสาเลยเรื่องทำไร่ไถนา มีแต่ความรักไร่นาเป็นทุนอยู่อย่างเดียว การเขียนเรื่องนี้จึงต้องอาศัยแม่เป็นผู้ให้รายละเอียดต่างๆ อันเกี่ยวกับชีวิตในท้องนา หากไม่มีผู้อยู่ใกล้ๆ ให้ซักถามขณะที่เขียนแล้วไซร้ เรื่องนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้เลย จึงต้องขอเทิดทูนพระคุณของแม่ไว้ให้ประจักษ์ว่า นอกจากให้ชีวิตและเลือดเนื้อแก่ดิฉันแล้ว แม่ยังให้ชีวิตแก่ ‘ผู้ใหญ่ลีกับนางมา’ อีกด้วย

…………………………………….
กาญจนา นาคนันทน์ เป็นนามปากกาของ นงไฉน ปริญญาธวัช 

(สกุลเดิม: นาคามดี; 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2464 — 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557) 

ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (นวนิยายและเรื่องสั้น) พ.ศ. 2555 นักเขียนเจ้าของผลงาน ผู้ใหญ่ลีกับนางมา, ธรณีนี่นี้ใครครอง และ ผู้กองยอดรัก เป็นต้น


ประวัติ
นงไฉน ปริญญาธวัช (สกุลเดิม: นาคามดี) เกิดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2464 ที่จังหวัดชัยภูมิ เป็นบุตรสาวของรองอำมาตย์ตรี มนู นาคามดี หรือ หนู นาคามดี ผู้อำนวยการโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลคนที่ 6
นงไฉน สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนฝึกหัดครูมัธยม และปริญญาตรีด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเป็นอดีตอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


เริ่มพิมพ์งานประพันธ์ในหนังสือ “นครสาร” เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2489 มีความชำนาญในการเขียนนวนิยาย บทความ สารคดี เรื่องสั้น และบทกวี มีความสามารถเขียนหนังสือได้หลายแนวหลายประเภท มีผลงานการประพันธ์หลายประเภทอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีเรื่องยาวประมาณ 50 เรื่อง และ เรื่องสั้นอีกกว่า 100 เรื่อง และได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (นวนิยายและเรื่องสั้น) พ.ศ. 2555


มรณกรรม
นงไฉน ปริญญาธวัช ถึงแก่กรรมอย่างสงบ ณ บ้านพักส่วนตัวในตำบลทรายขาว อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ศพตั้งบำเพ็ญกุศล ณ วัดปะตงวนาราม ตำบลปะตง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เป็นระยะเวลา 7 คืน ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม ถึง 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557 เวลา 19.00 น.


ผลงาน
ผลงานสารคดี

คุณป้าท่องโลก

พระพี่นางสุพรรณกัลยาณี

ผลงานวรรณกรรมเยาวชน

นิทานคุณย่า (แปลจากนิทานรัสเซีย)

เขาชื่อเดช

สามดรุณ (ได้รับรางวัลงานวันสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2521)

หนูชอบเชียงเมี่ยง

โลกกว้าง

บ้านหนูอยู่หาดเสี้ยว (ได้รับรางวัลหนังสือเด็กเยาวชนบัวหลวง พ.ศ. 2521)

แม่ – ไต้ฝุ่นมาแล้ว (พายุเกย์ พ.ศ. 2519)

ผมชื่อไอ้จุก

ผลงานชุดพุทธศาสนา และจริยธรรม

พี่ชาย

หนูน้อยกลอยใจ

ผลงานนวนิยาย

เธอเป็นเพียงแหวนพลอย

กุ้งนาง

เกวลีสอยดาว

โขมยที่รัก

จุดหมายปลายทางของการดา

คนึงนิจ

แค่ขอบฟ้า

ชื่นชีวานาวี

ทาง(ห)ลวง

ธรณีนี่นี้ใครครอง(ได้รับรางวัลงานวันสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2518)

ผู้กองยอดรัก

ยอดรักผู้กอง

ผู้กองอยู่ไหน

ผู้ใหญ่ลีกับนางมา (เป็นหนังสือที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา สำหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหลายปีมาแล้ว)

บ่วงโลกีย์

บุญส่ง

หัวใจที่เบ่งบานด้วยความรัก

สาวใช้คนใหม่
ข้อมูลจากวิกิพีเดีย
#เรื่องราวระหว่างบรรทัด

#ผู้ใหญ่ลีกับนางมา

ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ประพันธ์โดย กาญจนา นาคนันทน์ เขียนขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2506 และตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2508

. . . . .

❤️🪴🍀แอดมินมีงานอดิเรกคือทำเพจเฟสบุ๊คค่ะ

ใครสนใจเรื่องหนังสือ ติดตาม เพจ หนังสือที่รัก นี้ค่ะ

ใครสนใจดูซีรีส์เกาหลี จีน ญี่ปุ่น ติดตาม เพจซีรีส์ที่รัก และ เพจ My Online World
ซีรีส์ที่รัก Seriesteerak
My Online World

ใครสนใจเรื่องไพ่ทาโรต์และไพ่ออราเคิล ติดตามเพจ ไพ่สวยบอกต่อ
ไพ่สวยบอกต่อ

และเพจงานเขียนส่วนตัว เขียนสัพเพเหระ เพจ แก้วเจ้าจอม Our Stories Begin
แก้วเจ้าจอม OurStorybegin

และงานเขียนในเพจทุกเพจ แอดมินรวบรวมลงในบล็อก My Online World
http://www.myonlineworld.co

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ🍀🪴❤️
สนับสนุนให้กำลังใจแอดมินในการทำเพจและบล็อก
ได้ที่ https://ko-fi.com/myonlineworld_seriesteerak

Leave a Reply