มายา ของ ว.วินิจฉัยกุล หนังสือที่รักเล่มที่ 23

เล่มที่23 #หนังสือที่รัก #หนังสือในตู้

ความทรงจำระหว่างบรรทัดจากหนังสือที่รัก

เมื่อนึกถึงเรื่องมายา จะนึกถึงตัวละคร พิตะวัน บุษบามินตรา แล้วก็ รชานนท์

เล่มนี้อ่านครั้งแรกนานมาแล้ว เคยสนุกสนานกับเรื่องราวทั้งฉบับนิยายและละครทีวี จนทำให้ระลึกถึงเรื่องนี้เสมอๆ

วันนี้หยิบมาพลิกๆ ดู อ่านเจอตอนนี้ เลยทำให้อยากบันทึกไว้ แล้วเริ่มอ่านใหม่อีกรอบ เพราะลืมรายละเอียดเรื่องบางส่วนไปแล้วค่ะ

ตอนนี้เป็นตอนที่หลังจากพ่อแม่นางเอกประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกระทันหัน ครอบครัวนางเอกก็ขาดเงิน นางเอกเอาสร้อยมาขายให้พระเอกค่ะ

••••••• #ตอนที่ประทับใจ❤️

รชานนท์มองนกตัวนั้น แล้วก็เลื่อนสายตาขึ้นมองหล่อน…ดูดวงหน้าที่ขาวสะอาดอ่อน เกลี้ยงเกลาปราศจากเครื่องฉาบทาแม้แต่บนริมฝีปากบางสีเนื้อเรื่อๆ นัยน์ตาชายหนุ่มฉายแววอะไรอย่างหนึ่ง..คล้ายจะเป็นยิ้ม เมื่อเห็นสีหน้าหล่อน คล้ายกับคนที่กำลังเชือดเนื้อตัวเองออกขาย แทนที่จะยอมขอทานเลี้ยงชีวิต

“เก็บไว้เสียเถอะ คุณมิ้นต์รู้ดีว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้มันเลยถ้าพูดกับผม”

หล่อนส่ายศีรษะ ผมดำเป็นมันเลื่อมราวกับปีกแมลงเคลื่อนไปมาบนหลังไหล่แบบบาง

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ คุณไม่เข้าใจ ไม่ว่ากับใครมิ้นต์ก็ต้องทำอย่างนี้ทั้งนั้น แต่ถ้าขายให้คุณรชานนท์ มิ้นต์รู้สึกลำบากใจน้อยกว่าพูดกับคนอื่น…ถึงอย่างไร คุณก็เคยดีกับมิ้นต์มามาก”

“ถึงอย่างไร?” เขาทวนคำพูดของหล่อนเป็นเชิงถาม

บุษบามินตราหน้าแดง…หล่อนไม่เคยกระดากผู้ชายหนุ่มคนไหนมาก่อนเลยในชีวิต แม้แต่กับรวิศก็ตาม

“คำนี้ แปลว่า ถึงผมจะเลว แต่ถึงอย่างไรก็เคยดีกับคุณมามากใช่ไหม” เขาถามยิ้มๆ

เวลาที่บุษบามินตราอายขึ้นมา หล่อนจะต้องกลบเกลื่อนด้วยสีหน้าขรึม คล้ายไม่รู้สึกอะไรให้มากกว่ายามปกติ

“อย่าเอาใจใส่คำพูดของมิ้นต์นักเลยค่ะ มิ้นต์พูดไม่ค่อยเป็นคุณก็ทราบอยู่แล้ว แต่มิ้นต์กำลังพูดเรื่องจำเป็นจริงๆ ไม่ใช่อย่างเมื่อก่อนนะคะ”

“หมายความว่าคุณต้องการขายให้ผม” เขาถามด้วยท่าทางเคร่งขรึมขึ้นบ้าง

บุษบามินตราก้มศีรษะรับ
“เท่าไหร่ครับ”
บทจะง่ายก็ง่ายเสียจริงๆทีเดียว!
“สี่หมื่นบาทค่ะ เท่ากับครั้งก่อน” หล่อนตอบอย่างไม่ลังเล

รชานนท์มองหล่อนนิ่งและนาน บุษบามินตราเข้าใจสายตานั้นได้ หล่อนถอนใจโดยแรง

“ค่ะ คุณรชาเข้าใจถูกต้องแล้ว มิ้นต์เคยพูดกับคุณรชาคราวก่อนเมื่อขายนกตัวนี้ครั้งแรก ว่ามิ้นต์ไม่เคยเชื่อว่าชีวิตจะอยู่อย่างสบายแบบนี้โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง มิ้นต์เคยมีชีวิตหลายแบบมาแล้วค่ะ จนรู้ว่าวันหนึ่งมิ้นต์จะประมาทไม่ได้เลย แล้ววันนั้นก็มาถึงจริงๆ”

หล่อนเหลียวมองรอบๆห้องที่ตกแต่งไว้อย่างงดงามและสุขสบายไม่มีที่ติ ใช้อาการสูดลมหายใจเข้าแรงๆ กลั้นก้อนสะอื้นที่ทำท่าว่าจะแล่นขึ้นมาถึงคอ

“อะไรที่เรานึกว่าเป็นไปไม่ได้ มักจะเป็นไปได้อย่างง่ายๆที่สุด จริงไหมคะ…ทุกข์กับสุขเป็นของคู่กัน ความรวยกับความจนก็เหมือนกัน ชีวิตเราเหมือนไต่อยู่ริมเหวนะคะ ไม่รู้จะพลาดเมื่อไร แต่คนอย่างมิ้นต์ไม่กลัวเรื่องพลาดหรอก ตกเป็นตก คนอย่างมิ้นต์พร้อมจะอยู่ก้นเหวได้เสมอ ไม่ใช่จะอยู่ได้เฉพาะบนยอดเขาเท่านั้น…”

อีกนาทีเดียว หล่อนคงจะร้องไห้ออกมาเป็นแน่..ร้องด้วยความทุกข์และความเข้าใจกระจ่างแจ้งในชีวิต ที่โถมเข้ามาให้หล่อนเห็นอย่างหนักหน่วงแทบจะตั้งตัวไม่อยู่เช่นนี้

แต่หล่อนก็บังคับตัวเองไว้จนสุดความสามารถ ไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้ารชานนท์เป็นอันขาด
“เงินสี่หมื่นบาทน้อยเกินไปสำหรับเรื่องนี้”
หล่อนได้ยินชายหนุ่มพูดแว่วๆดังมา
“ถ้าคุณมิ้นต์ต้องการมากกว่านี้ ผมให้ได้”
“แต่มิ้นต์ไม่มีอะไรติดตัวมากนัก” หล่อนพยายามตอบเขาอย่างสงบที่สุด
“ถ้ามีของพี่ๆ เขาก็อาจจะไม่อยากขาย”
“มีซี ผมยินดีจะให้เงินทั้งหมดเท่าที่ผมมีเลยเทียวละ ถ้าคุณมิ้นต์จะยอมให้ผมได้

“เงินทั้งหมดเท่าที่มี” บุษบามินตราคิดว่าเขาพูดเล่นเพื่อปลอบโยนหล่อน ก็ยิ้มฝืนๆประสมโรงไปด้วย “ถ้ามิ้นต์เรียกสิบล้านล่ะคะ”
“ผมให้มากกว่านั้นอีกก็ได้…จะเอาเท่าไหร่ ผมจะขายบ้านช่องที่ดินทั้งหมดเอามาให้เลย”
“คุณรชาอยากซื้ออะไรล่ะคะ บ้านหลังนี้หรือ”
“ผมไม่สนใจวัตถุที่ไม่มีชีวิตพวกนั้นหรอก” รชานนท์ยิ้มละไม
“ผมอยากได้อะไรที่ทำให้คุณมิ้นต์เคยโกรธผม ขนาดแกล้งผมให้เดินหนาวสั่นไปตั้งครึ่งค่อนไมล์คืนนั้น ทั้งๆที่ผมไปหาตอนกลางดึกก็เพื่อจะบอกอย่างเดียวว่า ผมรอคุณมิ้นต์อยู่ตั้งครึ่งค่อนคืนที่ฟลามิงโก เต้นรำกันเสร็จก็พาพิตะวันไปส่งเลยไม่ได้เถลไถลไปไหนกับเขา แต่คุณก็เอาแต่โกรธผม..โกรธเพราะ ‘อะไร’ ผมอยากได้สิ่งนั้นละ แลกกับทุกอย่างที่ผมมี

น้ำตาแห้งหายไปจากดวงตาของหล่อน…บุษบามินตรารู้สึกแต่เพียงความร้อนวาบแผ่กระจายไปทั่วตัว แล้วแล่นซ่านไปเต็มผิวแก้ม…โดยเฉพาะที่ริมฝีปาก

. . . . . .

โปรยปกหลัง

พิตะวันมีโลกของหล่อนอยู่สองโลกตลอดเวลา

โลกที่หนึ่ง…โลกของเด็กกำพร้าที่อ้างว้างขวัญเสียและแห้งแล้งมาแต่เยาว์วัย ถูกเลี้ยงมาอย่างลุ่มๆดอนๆ ทางจิตใจ จนปราศจากหลักยึดเหนี่ยวใดๆทั้งสิ้น

โลกที่สอง…โลกของความฝันอันเพริศแพร้วเหมือนภาพลวงตาในทะเลทราย โลกที่หล่อนเห็นเพียงครึ่งๆ หลายๆจากความจริงที่ประสบอยู่…

แต่มันคงเป็นแค่ความฝัน…เป็นแต่เพียงภาพลวงตาอันงดงาม ซึ่งหล่อนได้พบเห็นและหลงงมงายอยู่กับมันมาตลอดชีวิต และไม่รู้ว่าจะต้องหลงใหลอยู่ในมนต์ขลังของมายานั้นอีกนานสักเท่าใด…

. . . . ..

มายา ผู้เขียน ว.วินิจฉัยกุล
ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4 เดือนตุลาคม 2544
จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เพื่อนดี
ภาพปก โดย สุขุมาล เล็กสวัสดิ์

📍อยากให้ผู้เขียนพิมพ์เรื่องนี้ใหม่ค่ะ จะตามไปซื้อ

•••••••••

Leave a Reply