อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะที่รัก – ไพลิน รุ้งรัตน์ หนังสือที่รักเล่มที่ 57

#หนังสือที่รัก #หนังสือในตู้

ความทรงจำระหว่างบรรทัดจากหนังสือที่รัก

หลังจากรื้อตู้หนังสือและคัดเลือกหนังสือกองดองมากมายที่ซื้อเอาไว้ก่อนแล้วค่อยหาเวลาว่างมาอ่านที่หลัง

วันนี้ก็ถึงคิวหนังสือนวนิยายเล่มบางไม่หนามากเล่มนี้ที่หยิบกลับมาอ่านใหม่อีกครั้ง เป็นหนังสือเก่าที่ฉันซื้อมานานมากแล้ว เพิ่งหยิบออกมาอ่านทบทวนอีกรอบ เพราะคำโปรยหน้าปกที่ว่า “นวนิยายรักของคนรักหนังสือ”

ชื่อเรื่องหนังสือนวนิยายเล่มนี้ก็เก๋ไก๋ว่า “อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ..ที่รัก” ผู้ประพันธ์คือ ไพลิน รุ้งรัตน์ (ชมัยภร แสงกระจ่าง)

ผู้เขียนเล่าในส่วนคำนำ จากใจผู้เขียนไว้ว่า

“เมื่อข้าพเจ้าเขียนคอลัมน์ “โลกนักอ่าน บ้านนักเขียน” ในนิตยสารฟิตเนส จนได้รวมเล่มชุด “คนในบ้านหนังสือ” ออกมาเล่มหนึ่งแล้ว ก็เกิดความเบื่อรูปแบบเดิม อยากลองอะไรใหม่ๆ อีก ปลายปี 2536 จึงได้ตัดสินใจแต่งนวนิยายให้คนอ่านหนังสือ โดยนำเรื่องสั้นเรื่องดังกล่าว ( “ผู้หญิงสองคน หนังสือและร่มไม้เขียวครึ้ม” ผลงานที่ตีพิมพ์อยู่ในผลงานชุดรวมเรื่องสั้น “ผู้หญิงนะ” ในชื่อชมัยพร แสงกระจ่าง ก่อนพิมพ์รวมเล่มชื่อ “เมื่อผมเจอคนไข้บ้าอ่านหนังสือ” ตีพิมพ์ในจุลสารรับน้องของนักศึกษาแพทย์มหิดล) มาปรับปรุงบทที่หนึ่ง และเล่าแนวความคิดให้คนข้างเคียงฟัง จึงได้ชื่อเรื่องมาว่า “อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ…ที่รัก” ที่คนตั้งเขายืนยันว่า “เตะตา” และ “เตะหู” เป็นอย่างยิ่ง

……ข้าพเจ้าได้วางตอนจบของเรื่องเอาไว้แล้วว่า ตัวละครจะต้องอ่าน “หนังสือเล่มใน” ของตัวเองให้ได้ และตอนที่ข้าพเจ้าพาหมอจุลมาอ่านหนังสือเล่มนี้ได้ ข้าพเจ้ารู้สึกภาคภูมิใจในตัวละครของข้าพเจ้าเป็นอย่างยิ่ง”

บนหน้าปกเล่มที่ฉันซื้อมาตั้งแต่ปี 2543 มีบรรยายไว้ว่า หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลชมเชยประเภทบันเทิงคดีสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ พ.ศ.2539

“อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ..ที่รัก” เป็นเรื่องราวของคุณหมอจุล กับ ลมเย็น ที่มีหนังสือมาเป็นจุดเชื่อมความสัมพันธ์

การพบกันโดยบังเอิญเพราะคุณหมอจุลต้องไปตรวจสุขภาพให้กับคุณย่าบัวแทนเพื่อนหมอหนุ่มเจ้าของคนไข้ที่ติดธุระ เลยได้พบกับสาวน้อยหลานสาวคุณย่า

คุณย่าบัวเป็นคนรักหนังสือ สะสมหนังสือมากมายเต็มบ้านเรือนไทยที่จังหวัดจันทบุรี มีหลานสาวที่ส่งเรียนจนจบบรรณารักษ์มาช่วยคุณย่าดูแลหนังสือในบ้าน

คุณหมอจุลแต่เดิมไม่ใช่คนรักการอ่าน แต่เมื่อถูกอกถูกใจในตัว “ลมเย็น” เขาจึงต้องเลยตามเลยสนใจและเริ่มต้นการอ่านหนังสือจากคำแนะนำของ “ลมเย็น”

วันแรกที่พบกัน คุณหมอจุลเลยได้หอบหนังสือกลับไปอ่านที่บ้านจากคำแนะนำของคุณลมเย็นถึงห้าเล่ม ที่เลือกหนังสือดีที่มีเรื่องราวเกี่ยวพันกับอาชีพ”หมอ” ตามที่ผู้เขียนบรรยายความคิดของคุณหมอจุลเกี่ยวกับหนังสือไว้ดังนี้

“ผมก็เลยต้องทำเป็นหอบไปเสีย 5 เล่ม และก็ได้พยายามเลือกเอาเล่มที่คิดว่าเข้ากับชีวิตของหมอได้ดีที่สุดแล้วนะ เช่น

“ห้วงมหรรณพ” ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” นัยว่าเป็นเรื่องราวของสรรพชีวิต จะทบทวนวิชาชีววิทยา

“ชั่วชีวิต” ของ อ.อุดากร เล่มนี้คนเขียนเป็นหมอที่เรียนไม่จบ (อย่าแปลกใจไป มัคคุเทศก์สาวเธอบอกน่ะ)

“ปราสาทมืด” ของ จุลลดา ภักดีภูมินทร์ เรื่องนี้พระเอกเป็นหมอ (เผื่อจะเป็นสุภาพบุรุษเหมือนผม)

“เสเพลบอยชาวไร่” ของ รงค์ วงษ์สวรรค์ เรื่องนี้ไม่มีใครเป็นหมอเลย แต่คุณลมเย็นเธอบอกว่าสำบัดสำนวนไม่เหมือนใคร ผมก็นึกอยากอ่าน (เผื่อจะได้ถูกใจเธอ แฮ่ม)

และเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของคนไข้ของผมล่ะ คนไข้ที่บาดเจ็บในสงคราม

“จอห์นนี่ไปรบ” ของ ดอลตัน ทรัมโบ “มโนภาษ เนาวรังสี” แปล

ฟังคุณลมเย็นเธอว่า หมอตัดแขนตัดขาตัดหน้าคนไข้ออกหมด เหลือเป็นแท่ง แต่คนไข้ก็ยังสามารถสื่อสารได้ด้วยรหัสมอร์ส ทำให้ผมสุดแปลกใจในความเป็นไปได้ของตัวหนังสือ “

นี่คือตัวอย่างตอนต้นเรื่องที่ผู้เขียนนำหนังสือมาเป็นสื่อในความสัมพันธ์ของตัวละครหลัก ทำให้ฉันเพลิดเพลินกับการอ่านเรื่องราวที่เขียนโดยใช้การเล่าเรื่องผ่านความคิดของพระเอก นายแพทย์จุลละ วิทู ที่มีต่อชีวิต ความสัมพันธ์กับครอบครัวและหญิงสาวที่เป็นที่รัก โดยมีหนังสืออีกหลายๆเล่มที่สอดแทรกเป็นสื่อรักของทั้งคู่

ฉันอ่านจบรวดเดียว และประทับใจในสารที่ผู้เขียนต้องการสื่อให้ผู้อ่านเห็นว่า ไม่ว่าการอ่านหนังสือเล่ม หรือการทำความเข้าใจในชีวิต เราต้องอ่านและค้นหา “หนังสือเล่มใน” หรือทำความเข้าใจกับตัวตนที่แท้ในใจเรา

เป็นหนังสือดีที่ไม่หนามาก อ่านจบแล้วฉันได้รายชื่อหนังสือเพิ่มเติมที่อยากอ่านเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเล่ม จากหนังสือสื่อรักในนวนิยายเล่มนี้ “อ่านหนังสือเล่มนึ้เถอะ..ที่รัก”

บันทึกการอ่าน เมื่อ 31 กรกฎาคม 2562

โปรยปกหลัง

“เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่อ่านเรื่อง “ฉันเขียนเรื่องนี้เพื่อเธอ” จบลง ผมไปทำงานด้วยความรู้สึกแปลกๆ ผู้คนที่รายรอบก็ถูกผมตั้งคำถามอยู่ในใจแทบทั้งหมด เขากำลังแสวงหาอะไรกันอยู่ (วะ) หมอในชุดขาวที่เดินสวนกันไปมา พยาบาลที่ดูวุ่น แต่ใหญ่เสียยิ่งกว่าหมอ คนไข้ที่มาแบบแปลกๆ เขารู้กันไหมว่าชีวิตที่มีความหมายเป็นอย่างไร”

“ซาโรยันทำให้ผมต้องหันกลับมามองตัวเอง ผมกำลังไม่พอใจในสิ่งที่เป็น ในสิ่งที่ผมมี มันจะต้องเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ หรือว่าผมอาจสรุปบทเรียนแล้วแก้ไขได้ ผมต้องทำอะไรบ้างนะ ไม่พอใจ เปลี่ยนแปลง ทะเยอทะยาน แล้วก็ล้มเหลว วนเวียนอยู่เช่นนี้ ผมอยากเป็นหมอ แล้วผมก็ไม่อยากเป็นหมอ”

“คืนนั้นผมไม่ได้วางมือจาก “ฉันจึงมาหาความหมาย” และเกิดอาการสะดุ้งครั้งใหญ่อีกครั้งเมื่อได้อ่านบทละคร “ฉันเพียงแต่อยากออกไปข้างนอก” ซึ่งเป็นเรื่องราวของนักโทษที่พยายามจะแหกคุก มีคำพูดของนักโทษคนหนึ่งที่ผมเก็บเอาไปฝันทั้งค่น”

“ผมลดหนังสือลง ความรู้สึกประหลาดใจไหลท่วมท้น นี่นะหรือคนที่เรียนแพทย์เป็นผู้เขียน สำนวนอย่างนี้น่ะหรือเป็นคนที่เรียนแพทย์ ผมไม่อยากเชื่อเลย เรื่องและบรรยากาศใกล้ตัวที่แสนคุ้นชินทำให้ผมอ่านเรื่องนี้จบในเวลาอันรวดเร็ว เรื่องราวอันสุดสะเทือนใจทำให้ผมนิ่งอึ้งไป”

“พ่ออยู่ฟังผมอ่าน ‘คู่มือมนุษย์’ ต่อไปอีกสามวัน แล้วก็จากผมไปอย่างสงบ”

•••••••••••••

อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ…ที่รัก : ไพลิน รุ้งรัตน์
พิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2539
ปกภาพประกอบคือฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ.2542
จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์คมบาง
ราคาปก 150 บาท
จำนวนหน้า 181 หน้า

•••••••••••••••

❤️🪴🍀ประชาสัมพันธ์ท้ายโพสต์ค่ะ 🪴🍀❤️

แอดมินมีงานอดิเรกคือทำเพจเฟสบุ๊คค่ะ
📚ใครสนใจเรื่องหนังสือ ติดตาม เพจ หนังสือที่รัก
หนังสือที่รัก

🌟ใครสนใจดูซีรีส์เกาหลี จีน ญี่ปุ่น
ติดตาม เพจซีรีส์ที่รัก และ เพจ My Online World

ซีรีส์ที่รัก Seriesteerak
My Online World

🎡ใครสนใจเรื่องไพ่ทาโรต์และไพ่ออราเคิล
ติดตามเพจ ไพ่สวยบอกต่อ
ไพ่สวยบอกต่อ

🍀และเพจงานเขียนส่วนตัว เขียนสัพเพเหระ
เพจ แก้วเจ้าจอม Our Stories Begin
แก้วเจ้าจอม OurStorybegin

🌎และงานเขียนในเพจทุกเพจ
แอดมินรวบรวมลงในบล็อก My Online World
http://www.myonlineworld.co

❤️🍀🪴ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ 🍀🪴❤️

สนับสนุนให้กำลังใจแอดมินในการทำเพจและบล็อก
ได้ที่ https://ko-fi.com/myonlineworld_seriesteerak

Leave a Reply