วังดอกหญ้า – ว.วินิจฉัยกุล หนังสือที่รักเล่มที่ 51

#หนังสือที่รัก #หนังสือในตู้

ความทรงจำระหว่างบรรทัดจากหนังสือที่รัก

นวนิยายเรื่อง ‘วังดอกหญ้า’ เป็นนวนิยายเล่มบางๆ ไม่หนามาก เป็นผลงานนวนิยายขนาดสั้นในยุคแรกของผู้เขียน และใช้นามปากกาว่า “วัสสิกา”

เคยอ่านข้อมูลจากร้านหนังสือเก่า พบว่าฉบับพิมพ์ครั้งแรกในนามปากกาว่า “วัสสิกา” นั้นเป็นฉบับปกแข็งที่ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์โชคชัยเทเวศร์ เมื่อราวปี 2523 ต่อมาสำนักพิมพ์เพื่อนดีนำกลับมาพิมพ์ใหม่โดยใช้นามปากกา ว.วินิจฉัยกุล

หลังอ่านจบก็คิดว่าสนุกดี และคิดว่าถ้าผู้เขียนเขียนขยายเพิ่มเติม จะยิ่งเพิ่มความสนุกขึ้นได้อีกมาก

ชื่อเรื่อง ‘วังดอกหญ้า’ หมายถึงบ้านของนางเอก ‘ดวงเทียน’ ที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมของตึกสูงและธุรกิจมากมายที่เติบโตตามเศรษฐกิจ

ดวงเทียนอาศัยอยู่ในบ้านเก่าบนที่ดินราวสองไร่ ที่แวดล้อมไปด้วยรั้วต้นไม้หนาทึบในซอยธุรกิจย่านถนนสุขุมวิทตอนต้นๆ กับคุณตาคุณยาย ที่ดินนี้คือน้ำพักน้ำแรงที่คุณตา ‘นายเหรียญ ส่งดี’ อดีตนายอำเภอ ข้าราชการบำนาญ ที่เก็บหอมรอมริบไว้ตลอดชีวิต เป็นบ้านเป็นมรดกให้หลานสาว ทุกคนในครอบครัวใช้ชีวิตอย่างสมถะ ดวงเทียนทำงานเป็นครู ขับรถเก่าๆ และช่วยคุณยายทำขนมไทยหลายชนิดไปขายที่ตลาด

เจ้าสัวโภคา เจ้าของธุรกิจและโรงแรมขนาดใหญ่หน้าปากซอย เจ้าสัวเป็นพ่อของพระเอก ‘เอกรถ’ ที่มีบ้านหลังมหึมาตามสไตล์เศรษฐีใหญ่อยู่ฝั่งตรงข้าม และพยายามติดต่อซื้อที่ดินบ้านน้อยฝั่งตรงข้าม คุณตาของนางเอกก็ไม่ยอมขาย

เรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อเจ้าสัวสั่งทนายประจำตระกูลให้หาทุกวิธีเพื่อที่จะให้ได้ที่ดินผืนนี้มา และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว การโกหก หลอกลวง การใช้กลอุบายเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินผืนงาม โดยไม่คำนึงถึงวิธีการ

และที่สำคัญทำให้ดวงเทียนได้พบกับเอกรถ ลูกชายเจ้าสัวโภคา เพื่อนในวัยเด็กอีกครั้ง

เมื่ออ่านจบ ความรู้สึกโดยรวมก็ค่อนข้างชอบมาก ติดใจอยู่ที่ว่านิยายเล่มบางๆ ผู้เขียนไปเน้นประเด็นชายหนุ่มที่เข้ามาหลอกลวงเพื่อซื้อที่ดินมากไปหน่อย เลยทำให้รู้สึกยังไม่จุใจ อยากให้มีเรื่องราวของพระเอกนางเอกมากกว่านี้ค่ะ

••••••••••••••

ตอนที่ประทับใจ

เอกรถยิ้มอย่างขันๆ อยู่ในหน้า เมื่อมองสตรีสาวผู้นั่งสงบเสงี่ยมอยู่หน้าโต๊ะทำงานเขา
“เชิญนั่งที่เก้าอี้นี่ดีกว่า คุณดวงเทียน” เขาเรียกชื่อหล่อนอย่างไม่ติดขัด แล้วลุกขึ้นเป็นเชิงเชื้อเชิญหล่อน ให้ไปนั่งที่เก้าอี้รับแขกในห้องนั้น

เมื่อครู่ใหญ่นี้เอง พนักงานจากค็อฟฟี่ช็อปของโรงแรมมารายงานว่า มีคนต้องการพบเขาแจ้งชื่อเสียงเรียงนามเสร็จ แถมด้วยรายละเอียดว่า
“มากินแล้วไม่จ่ายเงินค่ะ บอกว่าลืม จะให้แจ้งตำรวจเลยไหมคะ?”

ชื่อของหล่อนนั้นเอกรถจำได้ดี เขารีบตอบไปว่า
“อย่า ผมรู้จัก เชิญให้เธอมาพบผมที่ออฟฟิศได้เลย”

ไม่กี่นาทีต่อมา หล่อนก็มานั่งตัวลีบอยู่ตรงหน้าเขา ก้มหน้านิดๆ เป็นโอกาสให้เขาสังเกตหล่อนตามสบาย

เขาจำเค้าหน้าหล่อนได้ดี นับแต่เห็นเมื่อวันหล่อนมาซื้อขนมที่โรงแรม ก่อนหน้านี้เขาเห็นหล่อนเพียงแวบๆหลายครั้ง เวลาเขาผ่านบ้านหล่อน แต่ความที่อยู่แบบชาวกรุงเทพฯ คือต่างคนต่างอยู่แม้หลังคาบ้านแทบจะเกยกันก็ตาม ทำให้เขาไม่มีโอกาสจะไปวิสาสะกับหล่อนได้

นอกจากนั้น ชีวิตของเขาไม่เคยมีเวลาว่าง พอจะเถลไถลได้ถึงขนาดนั้น… คือขนาดที่เด็กชายเอกรถเมื่อสิบกว่าปีก่อนเคยมี

“สบายดีหรือ คุณ” เขาถามอดีตเพื่อนเล่นด้วยเสียงเป็นกันเอง “คุณตาคุณยายล่ะ”

“สบายดีค่ะ” หล่อนตอบรวมไปด้วยคำเดียว
“ผมไม่ถือเป็นเรื่องสำคัญหรอกเรื่องนั้น” เอกรถว่า “ถือเสียว่าผมขอเลี้ยงเพื่อนเก่ามื้อหนึ่งก็แล้วกัน”

ดวงเทียนหน้าแดง
“ดิฉันขอโทษ…ดิฉันสะเพร่ามาก เคราะห์ดีที่นึกถึงชื่อคุณเอกรถขึ้นมาได้ ไม่งั้นป่านนี้คงแย่แล้วค่ะ”

“ไม่มีใครเขาทำอะไรคุณหรอกฮะ แขกของเรามีบ่อยๆ ที่ลืมเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผม” เขาปลอบหล่อน

“เขาไม่ยอมให้ดิฉันกลับไปบ้าน บังเอิญที่บ้านก็ไม่มีโทรศัพท์เสียด้วย” หล่อนพูดอ่อยๆ “ไม่งั้นก็โทรศัพท์บอกคุณยายได้

“อย่าถือเป็นเรื่องใหญ่ไปเลย ผมบอกแล้วไงว่าขอเลี้ยงเพื่อนเก่า…ขนมวันนั้นเป็นยังไงบ้าง อร่อยไหม” เขาเปลี่ยนเรื่อง

หล่อนนึกอยู่เป็นครู่ จึงได้นึกออก
“อร่อยค่ะ วันนั้นดิฉันก็ทำให้คุณเอกรถอดขนมไปมื้อหนึ่งแล้ว”

“ผมไม่ค่อยชอบขนมหวานนักหรอก ชอบพวกผลไม้มากกว่า เคยไปกินที่บ้านคุณเสียลงท้องเลย จำได้ไหม”

ดวงเทียนยิ้ม เอกรถรู้สึกว่าหล่อนยิ้มได้สวย เพราะฟันของหล่อนสวยเรียงเรียบราวกับสร้อยไข่มุก ความจริงหล่อนไม่ใช่คนขาวผ่องอย่างที่นิยมกันว่าเป็นผิวคนงาม แต่ก็ไม่ใช่คนคล้ำจนดูมืด ความสดใสเต็มไปด้วยเลือดฝาดนั้น ทำให้หล่อนเปล่งปลั่งชวนมองไม่จืดตา

ใครหนอตั้งชื่อหล่อนว่าดวงเทียน…ออกจะสมตัว เอกรถนึกถึงเปลวเทียนที่ใสสว่าง อบอุ่นแจ่มใสอยู่ในความมืด แสงเทียนนั้นดูแจ่มแจ้งแต่ก็ละมุนละไมชวนฝัน ไม่บาดตาอย่างแสงไฟฟ้า ทำให้ทุกอย่างที่ต้องแสงเทียนดูสวยซึ้งอย่างประหลาด…ดวงเทียนก็มีลักษณะคล้ายอย่างนั้นนั่นเอง

••••• ตอนนี้เป็นตอนที่นางเอกนัดชายหนุ่มคนหนึ่งที่เข้ามาติดพัน มาที่ค็อฟฟีช็อปโรงแรมของพระเอก นางเอกเล่นละครตบตาเพื่อจับความจริงว่านายคนนั้นตั้งใจมาล่อลวงเรื่องที่ดินมรดก แล้วผู้ชายคนนั้นก็เผยธาตุแท้ ทิ้งนางเอกไว้โดยไม่จ่ายเงินค่าเครื่องดื่ม แล้วนางเอกก็มัวแต่เครียดเรื่องเล่นละคร จึงเผลอลืมหยิบกระเป๋าสตางค์ติดตัวมา ไม่มีเงินจ่ายค่าเครื่องดื่ม แล้วนึกถึงพระเอกที่เคยพบกันในวัยเด็ก เป็นเพื่อนเล่นที่อยู่บ้านฝั่งตรงข้าม แล้วหลังจากนั้นห่างเหินกันไปนานเป็นสิบปี

ฉันชอบอ่านช่วงที่ผู้เขียนบรรยายความคิดของพระเอกที่มีต่อนางเอกในทุกเรื่อง รู้สึกว่ามันเป็นคำอธิบายของชายหนุ่มที่บรรยายถึงสิ่งที่มีอยู่ในตัวของหญิงสาวที่ประทับใจได้หลากหลายแปลกใหม่และน่าสนใจแตกต่างกันไปในแต่ละเรื่อง เป็นความชอบความประทับใจส่วนตัวที่อธิบายไม่ออกบอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ…

•••••••••••••••

โปรยปกหลัง

สิ่งที่หายากที่สุดสำหรับยาจก คือเงินทองที่จะเลี้ยงชีวิต
สิ่งที่หายากที่สุดสำหรับคนเห็นแก่ตัว คือความรู้จักพอ
สิ่งที่หายากที่สุดสำหรับผู้ตกอยู่ในความทุกข์ คือความสุข
และ สิ่งที่หายากที่สุดสำหรับเศรษฐี คือ เวลา ความสุข และความรู้จักพอ

•••••••••••••••

วังดอกหญ้า : ว.วินิจฉัยกุล
พิมพ์ครั้งแรกในนามปากกา “วัสสิกา” โดนสำนักพิมพ์โชคชัยเทเวศร์ เมื่อปี 2523
สำนักพิมพ์เพื่อนดี นำมาตีพิมพ์ครั้งที่ 4 ในนามปากกา ว.วินิจฉัยกุล เมื่อปี 2542
ปกภาพประกอบคือปกฉบับพิมพ์ครั้งที่ 7 โดยสำนักพิมพ์ทรีบีส์ มิถุนายน 2552
ภาพปก : ฟารุต สมัครไทย
ราคาปก : 180บาท
จำนวนหน้า 246 หน้า

•••••••••••••••

❤️🪴🍀ประชาสัมพันธ์ท้ายโพสต์ค่ะ 🪴🍀❤️

แอดมินมีงานอดิเรกคือทำเพจเฟสบุ๊คค่ะ
📚ใครสนใจเรื่องหนังสือ ติดตาม เพจ หนังสือที่รัก
หนังสือที่รัก

🌟ใครสนใจดูซีรีส์เกาหลี จีน ญี่ปุ่น
ติดตาม เพจซีรีส์ที่รัก และ เพจ My Online World

ซีรีส์ที่รัก Seriesteerak
My Online World

🎡ใครสนใจเรื่องไพ่ทาโรต์และไพ่ออราเคิล
ติดตามเพจ ไพ่สวยบอกต่อ
ไพ่สวยบอกต่อ

🍀และเพจงานเขียนส่วนตัว เขียนสัพเพเหระ
เพจ แก้วเจ้าจอม Our Stories Begin
แก้วเจ้าจอม OurStorybegin

🌎และงานเขียนในเพจทุกเพจ
แอดมินรวบรวมลงในบล็อก My Online World
http://www.myonlineworld.co

❤️🍀🪴ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ 🍀🪴❤️

สนับสนุนให้กำลังใจแอดมินในการทำเพจและบล็อก
ได้ที่ https://ko-fi.com/myonlineworld_seriesteerak

Leave a Reply