ของเก่าเก็บและเรื่องราวในความทรงจำ

#เขียนบันทึกประจำวัน #บันทึกความทรงจำ

ฉันกำลังจัดบ้านใหม่ รื้อข้าวของเพื่อคัดของบริจาค

กล่องลังกระดาษขนาดใหญ่ปิดผนึกเรียบร้อย วางซ้อนกันหลายกล่อง รอบๆ โถงกลางบ้านข้าวของวางระเกะระกะ

ทั้งเสื้อผ้าชุดนักเรียนเก่าของลูก รองเท้าหลายคู่ในตู้ที่เก็บไว้โดยไม่หยิบมาใช้ หนังสือหลายเล่มทั้งนิตยสารที่ล้าสมัยไปแล้ว และหนังสือเรียนเก่า เมื่อถึงเวลารื้อของเพื่อเก็บบริจาค ทุกอย่างที่ไม่ได้ใช้เกินหนึ่งถึงสองปี ก็ระเห็ดลงไปอยู่ในลังเพื่อรวบรวมบริจาค

ฉันนัดหมายให้มูลนิธิวัดสวนแก้วมารับของบริจาคที่บ้านในสัปดาห์หน้า เพราะว่าเมื่อมาอยู่บ้านหลังเกษียณ ฉันก็ถือโอกาสจัดบ้านใหม่ มีโซฟาเก่าและทีวีเก่าที่จะบริจาคด้วย เมื่อติดต่อไปที่วัดสวนแก้ว ต้องนัดเวลาและถ่ายรูปรายการของบริจาคให้ทางมูลนิธิดู เพื่อเตรียมรถที่จะมาขนของได้ถูก รอบนี้ฉันรื้อของที่ไม่ใช้ลงกล่องได้ราวสิบห้ากล่อง แถมโซฟาเก่าที่สามีอยากเปลี่ยนตัวใหม่ จึงทำให้ต้องนัดหมายล่วงหน้าเป็นเดือนๆ

ทุกครั้งที่รื้อของ ฉันก็ต้องเสียเวลาหลายวัน ค่อยๆ รื้อทีละตู้ ทีละชั้น ระหว่างรื้อ นอกจากได้ทิ้งของที่ไม่ต้องการ กลับกลายเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่ฉันได้รื้อกล่องมหาสมบัติของสะสมที่เก่าเก็บของตัวเองออกมานั่งดูแล้วยิ้มไปยิ้มมา

กล่องแรกที่ทำให้ฉันอารมณ์ดีเป็นพิเศษคือ กล่องรูปสมัยเรียน สมัยยังเป็นสาวน้อย ใส่รวมกับการ์ดที่มีภาพสวยงาม รวมทั้งการ์ดวาเลนไทน์ที่ฉันเคยให้สามีสมัยเป็นแฟนกัน

พอแต่งงานแล้ว คุณสามีก็ยกกล่องการ์ดนั้นมาให้ฉันจัดการเก็บให้ ฉันก็เก็บรวมกับกล่องของสะสมอื่นๆ ของฉันไปด้วย เมื่อเปิดมาอ่านหลังเวลาผ่านไปยี่สิบห้าปี ฉันก็ได้แต่ขำตัวเองว่าช่างเขียนอะไรไปก็ไม่รู้

นอกจากการ์ดสวยๆ ฉันเป็นนักสะสมตัวยง สะสมแสตมป์ที่ออกใหม่ๆ พร้อมซองวันแรกจำหน่ายที่มีตราประทับของไปรษณีย์ไทยทุกแบบตั้งแต่ช่วงปี 2535 ถึง 2562 มาปีนี้ที่หยุดบัญชีสมาชิกที่ผูกไว้กับทางไปรษณีย์ไทย เพราะสถานการณ์โควิด และเพราะฉันไม่ได้ทำงานประจำแล้ว จึงหยุดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลง

นอกจากแสตมป์ ฉันยังสะสมสมุดบันทึกสวยๆ สะสมพวงกุญแจ เก็บเรียงในกล่อง เรียงในชั้นตรงตู้วางทีวีในห้องนอนชั้นสอง รวมไปถึงหนังสืออีกหลายตู้ที่จัดวางตามมุมต่างๆของบ้าน

หนังสือที่ชอบสะสมมากที่สุดคือนวนิยายรักของนักเขียนที่โปรดปราน คือ ว.วินิจฉัยกุล และ แก้วเก้า เยอะมาก จนวันหนึ่งเมื่อเดือนก่อน ฉันรื้อจากชั้นลงมาจัดเรียงเช็คลิสท์ว่าขาดเล่มไหนไปบ้าง

ระหว่างจัด ก็เปิดเล่มเก่าที่เคยอ่านเป็นรอบที่เท่าไหร่นับไม่ถูก แล้วก็นึกไปถึงตัวเองในวัยเด็กที่ไม่มีสตางค์ซื้อหนังสือ ต้องหยิบยืมจากห้องสมุดโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ในทุกวันศุกร์ทีละสามสี่เล่ม เพื่อที่จะมานั่งอ่านที่บ้านในช่วงหยุดเสาร์อาทิตย์

เมื่อทำงานได้ และมีเงินพอซื้อหามาเป็นสมบัติของตัวเอง ฉันก็ไม่พลาดเลยสักเล่ม เพื่อที่ว่าฉันจะหยิบมันอ่านได้ในทุกวันทุกเวลาที่ต้องการ

การสะสมของหลายๆอย่าง เป็นระยะเวลาอันยาวนาน เมื่อวันเวลาเดินทางมาถึงช่วงปลายของชีวิตที่เกษียณจากงานมาอยู่บ้าน ของสะสมที่ฉันรื้อออกมาจากตู้ ก็พัดพาเรื่องราวต่างๆ ในอดีตย้อนกลับมาให้ระลึกถึง

ฉันนั่งมองพวงกุญแจแล้วก็นึกไปถึงคนให้ เพราะบางชิ้นเป็นของฝากจากต่างประเทศ ที่พี่น้องเพื่อนฝูงที่รับรู้ว่าฉันชอบสะสมพวงกุญแจ จะไม่ลืมที่จะมีมาฝากกันเสมอๆ

ฉันนั่งมองสมุดบันทึกลายดอกไม้สีสวย แล้วนึกไปถึงช่วงปีใหม่ในที่ทำงาน ที่ทุกปีแต่ละแผนกจะแลกของขวัญปีใหม่ให้กัน บรรดาน้องๆในที่ทำงานจะคิดถึงฉันเสมอเวลาต้องการหาสมุดโน้ตสวยๆ ไว้บันทึกในช่วงปีใหม่ที่กำลังจะมา เพราะทุกคนจะรู้ว่าฉันจะให้เป็นสมุดโน๊ตหรือไดอารี่ที่คัดสรรมาอย่างสวยงามให้ทุกปี

ฉันนั่งเปิดสมุดบันทึกส่วนตัวเก่าๆ ที่บันทึกข้อเขียนเล็กระบายความในใจ จดใส่สมุดไว้ แล้วก็นึกไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเวลานั้น ย้อนนึกไปว่าในยามที่มีความรักในช่วงวัยเยาว์ โลกเป็นสีชมพูอย่างที่ว่ากันจริงๆ

แต่เมื่อเวลาผ่าน จึงได้เรียนรู้ด้วยตัวเองว่า ความรักและชีวิตจริงๆในการอยู่ร่วมกันของสองคนนั้นไม่ได้มีแต่สีชมพู ในบางช่วง บางปี มันเป็นสีเทาหม่น จนอาจจะเข้มเกือบเป็นสีดำของท้องฟ้ายามมีเมฆฝนดำทะมึน

แล้วเมื่ออยู่ๆ ไป ก็จะได้เรียนรู้ว่า ปัญหาและความมืดมิดในชีวิต นั้นเหมือนเมฆฝนที่พัดผ่าน เมื่อฝนตกกระหน่ำจนพอใจ มันก็จะหยุด และฟ้าสีฟ้าก็จะกลับมา หมุนวนอยู่เช่นนี้

เมื่อมาถึงช่วงเวลานี้ ยามที่สายตาอาจเริ่มฝ้าฟางตามวัยที่เพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่เรียนรู้และมองเห็นด้วยใจกลับแจ่มชัดกว่าเก่า

ยามที่มองของเก่าเก็บในช่วงเวลานี้ ในบางเรื่อง ฉันก็นึกเสียใจว่าในเวลานั้นฉันไม่ควรทำอย่างนั้น ฉันไม่ควรเป็นคนคิดมาก ตีโพยตีพาย จนต้องโกรธกับสามีไปหลายวัน

ฉันไม่ควรละเลยลูกในบางเรื่องในบางช่วงชีวิตที่ยุ่งกับงานจนลูกอาจจะพลาดอะไรดีๆ ไป

และอีกหลายๆเรื่องที่ฉันรู้สึกดีใจที่ตัวเองจัดการได้ดีมาก และชีวิตในครอบครัวก็ผ่านมาอย่างมีความสุขมากกว่าความทุกข์

ของเก่าเก็บอาจเป็นสีเหลืองไม่ขาวใสเหมือนของใหม่ เพราะร่องรอยแห่งความทรงจำนั้นมีอยู่เต็มไปหมด เมื่อพลิกของแต่ละชิ้นในวันวัยที่มากขึ้น ฉันรู้สึกได้ว่ามือของตนเองนั้นทนุถนอมมันมากขึ้นในทุกๆปี

ความทรงจำวัยเยาว์ที่ผ่านไปแล้วไม่อาจหวนคืน แต่ความสุขที่มีให้ต่อชีวิตจิตใจฉันนั้นยังคงอยู่และแจ่มชัด

ฉันบรรจงเช็ดฝุ่นกล่องใส่ความทรงจำนั้นอย่างเบามือ ก่อนที่จะปิดมันและเก็บเข้าชั้นในตู้ รอเวลาที่จะเปิดมันขึ้นอีกครั้งในปีหน้าและปีต่อๆ ไป

บันทึกไว้เมื่อ 23 มิถุนายน 2563

ภาพประกอบคือกองหนังสือนวนิยายของ ว.วินิจฉัยกุลและแก้วเก้าที่สะสม

เคยทำคลิปหน้าปกหนังสือนวนิยายที่สะสมไว้ดูเล่นๆ

Leave a Reply