รอยร้าว

อ้อนรำพันฉ่ำชื่นเมื่อคืนค่ำ แผ่วเพียงคำอุ่นอารมณ์ข่มความเหงา วันเมฆครอบขอบฟ้ากว้างอย่างบางเบา วันที่เราเคลียเคล้าพะเน้าพะนอ แต่วันนี้มีเพียงเสียงความฝัน เหลือแต่วันร้าวรานยากสานต่อ น้ำตาหลั่งคั่งรดรันทดท้อ คงต้องรอและรออีกต่อไป ซ่อนซุกรอยร้าวใจไว้ใต้หมอน พลิกฟื้นตัวหนุนนอนแนบหมอนไว้ ฝันละเมอเพ้อพร่ำมาแต่ไกล หยดน้ำใสไหลรินท่วมวิญญาณ สบสายตาชาเย็นแล้วเร้นหลบ ไม่อยากพบเพื่อออดอ้อนคำอ่อนหวาน ฉีกแผ่นภาพที่ฉาบฝันของวันวาน สุมนมาลย์ฉ่ำระรัวเพียงชั่วคืน สองมือปิดชิดแนบแอบซบหน้า ปาดน้ำตาแผ่วเพียงเสียงสะอื้น สานรอยร้าวสาวรอยช้ำทนกล้ำกลืน เพื่อจะฝืนความหมองของตัวเอง @@@@@@@@ ผู้เขียน – ชไม ชัชพร

ถึงเธอกลับมาก็ไม่มีความหมายใดเลย

แล้วเธอก็ย้อนกลับมาหา เธอจะมาสารภาพผิดใช่ไหม แต่คนที่มากับเธอนั้นเป็นใคร ความรู้สึกของหัวใจฉันนั้นล้มละลาย เมื่อเป็นเช่นนี้เธอไม่ตัองกลับมาอีก หรือเธออยากฉีกหัวใจฉันให้เสียหาย เธอมีคนใหม่เคียงข้างกาย ถึงเธอกลับมาก็ไม่มีความหมายใดเลย แล้วเธอก็ย้อนกลับมาหา เหมือนกลับมาฆ่าฉันอย่างเงียบเฉย ฆ่าความผูกพันเคยคุ้นเคย ถ้าเธอตั้งใจก็ได้เลยคนเลือดเย็น ฉันอยากร้องไห้สาสม ก็ต้องฝืนข่มซ่อนเร้น ซ่อนความอ่อนแอไม่ให้เธอเห็น เธอจะเปลี่ยนเป็นอย่างไร..ฉันไม่แคร์ @@@@@@@@@@ ผู้เขียน – ระเบียงไม้ คัดลอกจาก นิตยสารแพรวสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 202 วันที่

เธอผู้ตอบคำถาม ผู้งามถ้อย

สีทะเลแห่งน้ำนี้งามนัก สีความรักแห่งฟ้านั้นทาให้ ฟ้าสีครามครามทั้งฟ้าไกลกว่าไกล ด้วยดวงใจจักรวาลย้อมม่านฟ้า หาดนวลขาวขาวนวลถ้วนหน้าหาด คลื่นแต่งวาดลมกล่อมถนอมหน้า อ้อมหาดนวลโอบทะเลทุกเวลา หาดห่วงหาทุกห้วงห้องท้องทะเล ลมเพียงพัดห่มทะเลไม่รู้แล้ว เพียงพัดแผ่วกลัวธาราเธอว้าเหว่ ดอกคลื่นร่วงแล้วบานอยู่นานเน กระแสทะเลปลูกปลุกคลื่นทั้งคืนวัน รักอย่าสั้นบานแล้วร่วงดังช่วงคลื่น จงยั่งยืนนานเท่าสองเราฝัน หลายร้อยคลื่นร้อยเข้าคลื่นเดียวกัน เวลารักเรานั้นก็นานยาว ตรงโขดหินตรงนั้นฉันนั่งถาม เธอตอบถ้อยร้อยความงามถ้อยกล่าว ยังวานไม้จากเขาเขียวโบกเกรียวกราว ฉันบอกหนาวเธอบอกนี่แด่ชีวิต ที่ตรงนี้รอบตัวฉันในวันนี้ ฟ้าเปลี่ยนสีลมเปลี่ยนสายกลายวิกฤติ นวลหาดเน่าขาวคลื่นคล้ำธารน้ำพิษ วิปริตทั้งนั้นฉกรรจ์นัก เธอผู้นั้นจากฉันไป

อิสรภาพแห่งความรัก

จะโบกโบยบินไปในสายหมอก กระซิบบอกเบาเบาให้เขารู้ ทุกละอองของคำที่พรั่งพรู คืออณูแห่งรักที่ทักทาย อิสระเสรีที่จะรัก ใช่จมปลักดักดานวิญญาณสลาย เมื่อดอกไม้รักฉ่ำได้กำจาย ย่อมนิยายแห่งรักได้ถักทอ ทุกละอองของรักจักพิสุทธิ์ ดุจสายหมอกดอกไม้ใช่ละหนอ เรี่ยรายปรายโปรยโรยลออ เกิดและก่อจากใจที่ให้ปัน คิดถึงเธอทุกยามในความรัก จงประจักษ์เถิดใจไม่แปรผัน ย้ำนิยายยาวยืนคืนและวัน รักนิรันดร์ก็จะยาวเท่ายั่งยืน เพียงได้พบสบพักตร์เถิดสักครั้ง จะไม่รั้งรักเร้นให้เข่นขืน หากยิ้มรักรักแรกต้องแตกครืน ใจจะยืนฤาจะขาดยังหวาดใจ เธอมีอิสระที่จะรัก มีสิทธิ์จักหวั่นหวาดหรือขลาดไหว ฉันมิอาจกำหนดบทบาทใด เพียงดวงใจเธอประจักษ์…ฉันรักเธอ @@@@@@@@@

ต้องทำใจอีกสักกี่ร้อยครั้ง

อีกนานสักแค่ไหน ฉันถึงทำใจได้ แล้วยอมรับการจากไป โดยไม่กลับมา ทุกครั้งหลับตาลงนอน ก็ถอนสะอื้นเหมือนว่า ไม่อยากให้มีอีกแล้ววันเวลา อยากหลับตาแล้วหลับเลย ไม่อยากทนทุกข์ทรมาน กับการเห็นเธอเฉยเฉย ห่างเหินละเลย ทำเหมือนไม่เคยรักกัน ไม่อยากแสร้งมีความสุข ทั้งที่ทุกข์ถึงปานนั้น ความรู้สึกสุดเก็บกลั้น จนหวั่นว่าจะทนไม่ได้ ต้องทำใจอีกสักกี่ร้อยครั้ง ถึงจะไม่ต้องนั่งร้องไห้ แล้วยอมรับการจากไป อย่างที่ใจไม่เจ็บร้าว @@@@@@@@ ผู้เขียน : คนชื่อขลุ่ยเขียน คัดลอกจากนิตยสารลลนา

แต่ก็ยังหวังดีกับเธอ

บอกว่ารักมากแค่ไหน คนหมดใจก็ไม่รู้สึก เจ็บอยู่ในส่วนลึก เมื่อนึกว่าไม่มีวัน ที่เธอจะกลับมา ห่วงหาเหมือนใฝ่ฝัน ไม่มีอีกแล้วคืนวัน ที่จะอยู่ด้วยกันสองเรา แต่ก็ยังรักเธอมาก ทำใจลำบากไม่รู้กี่เท่า ด้วยรักระหว่างเรา เธอบอกอับเฉาชืดชา แล้วเธอก็ไป หาใหม่ด้วยคิดว่าดีกว่า ไม่เคยอยากหวนคืนมา แม้เพียงให้เห็นหน้าสักครั้ง ฉันจึงต้องทำใจ ปล่อยเธอไปให้สมหวัง ทั้งที่ใจเจ็บเจียนพัง แต่ก็ยังหวังดีกับเธอ ยังอยากจะบอกว่ารักมาก และอยากให้สุขเสมอ ให้คนใหม่ที่เธอเจอ รักเธอเหมือนฉันรัก @@@@@@@@@

1 2 3 4 5 6