เพราะห่วงเพราะหวง…เหมือนดวงใจในดวงตา

เพราะห่วงเพราะหวง..เหมือนดวงใจในดวงตา @@@@@@@ ถ้าเหนื่อยบ้างอ้างว้างบ่อย ฉันนี่แหละจะคอยดูแลให้ ก็เราเป็นเพื่อนไม่เหมือนใคร ยามใกล้ใส่ใจ ยามไกลอาทร อย่าวิตกสับสนคนดี ชีวิตบางทีซับซ้อน ทั้งทุกข์ทั้งสุขสนุกทุกตอน พอพรากจากจรเรื่องร้อนใสเย็น เหนื่อยบ้างช่างเถิด อะไรจะเกิด อะไรจะเป็น ทำไม่รู้ ไม่ดู ไม่เห็น ลำเค็ญเท่าไหร่ เตือนใจไม่แคร์ เพราะห่วงเพราะหวงเหมือนดวงตา เหมือนคำสัญญา ให้แล้วแน่วแน่ เพราะรักเพราะหวังไม่ชังเชือนแช ปรารถนาเพียงแค่แลเห็นยิ้มเธอ เชื่อไหมคนดี

เสียงเรียกของชีวิต กวักมือเรียกเธอ

@@..เสียงเรียกของชีวิตกวักมือเรียกเธอ..@@ หากเธอมีความรัก เธอจะเก็บความรักไว้ไหม หากเธอมีความฝัน เธอจะยังรู้สึกว้าเหว่อยู่หรือ หากเธอมีใครสักคนเคียงข้าง เธอจะเฝ้ามองคนอืนหรือไม่ …………. ฉันไม่แน่ใจ ฉันไม่อยากทำความเข้าใจ ปล่อยให้เธอเป็นอิสระ แล้วความคิดถึงของคนสองคนจะงดงาม ………….. เสียงเรียกของชีวิต กวักมือเรียกเธอให้เข้าไปดูใกล้ๆ มนตรากลางคืน เสน่หาของความแปลกหน้า…และผู้คน ……………. ความรักยังมีอยู่อีกหรือ ความฝันอ่อนล้า ใครจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ปล่อยให้เธอหมุนรอบโลก …………….. สายลมพัดผ่าน ฉันเห็นดอกไม้สีชมพูร่วงลงเกลื่อนพื้น

ฉัน เธอ และเขา

@@..ฉัน เธอ และเขา ..@@ ฉันอยากให้เธอเห็น สิ่งซ่อนเร้นบนหน้าเขา บางคนบนโลกเรา ยังเงียบเหงาอยู่ทุกวัน ฉันอยากให้เขากล้า แสวงหาความใฝ่ฝัน จับมือกันและกัน โดยมิหวั่นสิ่งใดใด ฉันอยากให้เขาสู้ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ใหม่ ก้าวเดินอย่างมั่นใจ เหมือนใครใครในสังคม ฉันอยากให้เขายิ้ม สองแก้มพริ้มไร้ขื่นขม สดชื่นใจรื่นรมย์ ได้เชยชมแต่ความดี ฉันอยากให้เธอสร้าง แสงสว่างบนโลกนี้ ด้วยใจเปี่ยมไมตรี ด้วยชีวีและปัญญา ฉันอยากให้เธอหวัง

บันทึกบนทางผ่าน

@@..บันทึกบนทางผ่าน..@@ ลมฝนเพิ่งพ้นผ่านไปเมื่อวันก่อน อีกไม่นานหรอก..ลมหนาวก็จะมาถึง มาอบรำ่รวงข้าวให้สุกปลั่ง เรืองรอง เป็นสีทองทาบทาท้องทุ่ง รอคมเคียวเก็บเกี่ยวขึ้นยุ้งฉาง อย่างเงียบๆ ระหว่างอ้อมกอดของขุนเขาและผืนนา ชีวิตที่เคลื่อนไหวไปอย่างเรียบง่าย ภายใต้กรอบแห่งฤดูกาล และสังคมแห่งการพึ่งพา ระหว่างชีวิตกับธรรมชาติ อาทรร้อยรัดกันมาเนิ่นนาน ถึงวันนี้..ความเปลี่ยนแปลงแห่งสังคมเมืองกำลังเดินทางมาถึง เหมือนลมร้ายในเดือนมรสุม ผืนนาแหลกยับ กลับกลายเป็นแปลงดอกไม้สวย เถียงนาหลังคาจากกว้างยาวชั่ววาเปลี่ยนไป กลายเป็นเรือนพักสำหรับนักท่องเที่ยว ดาวเดือนก็เลือนลับด้วยแสงระยับจากดวงไฟสาดไสวไปทั้งหุบเขา ที่ระงมอยู่ด้วยบทเพลงแทนเสียงขับขานของเรไร ในอ้อมกอดของขุนเขาวันนี้ ตลอดฤดูพรรษาไม่มีผืนนาเขียวเหมือนวันเก่า ลมหนาวจะเหงาหรือเปล่า

มนุษย์

@@. . มนุษย์ . . @@ โครงกระดูกเป็นโครงสร้างหลักของมนุษย์ ที่ไม่มีความแตกต่างที่ชัดเจน มนุษย์ทุกคนจึงคล้ายกันหมด มิปรารถนาสิ่งใด เนื้อหนังที่ห่อหุ้มร่างกายเป็นเพียงส่วนเสริม ที่ก่อให้เกิดความแตกต่างด้านรูปธรรม ของมนุษย์แต่ละคน ความคิด จิตใจ ความรู้ ความรู้สึก เป็นกระแสพลังแห่งความเปลี่ยนแปลงที่เป็นนามธรรม อันยากที่จะสัมผัสได้อย่างลึกซึ้ง และรู้ทัน ในมนุษย์จึงเต็มไปด้วยกระแสแห่งความซับซ้อน ที่ก่อให้เกิดกระแสแห่งความขัดแย้งขึ้นตลอดเวลา เพื่อสนองความปรารถนาแห่งมนุษย์ และมนุษย์มักลืมนึกถึงโครงสร้างหลักของตัวเอง จึงทำให้มนุษย์ไม่สิ้นสุดความปรารถนา..เสียที

1 3 4 5 6