สไตล์งานเขียนที่รัก

#การบ้านชั้นเรียนเขียน กับ ครูปราย พันแสง การบ้านข้อนี้ครูถามถึงผลงานของนักเขียนคนโปรด ความจริงจากการอ่านหนังสือมาตั้งแต่วัยเด็ก ฉันคิดว่านักเขียนที่มีอิทธิพลต่อตัวฉัน น่าจะมีไม่มีกี่คน ส่วนใหญ่เป็นนักเขียนนวนิยาย ประเภทงานเขียนที่ชอบอ่านมากที่สุด นักเขียนนวนิยายที่ชื่นชอบมากเป็นพิเศษ เป็นนักเขียนเก่ารุ่นครูแทบทั้งสิ้น อาจเป็นเพราะเราโตมากับการอ่านงานเหล่านี้ จึงซึบซับรูปแบบการเขียนและสไตล์ที่เรียบง่าย ใช้ภาษาธรรมดาแต่บรรยายความรู้สึกได้กินใจ ในช่วงต้นของขีวิตช่วงวัยเด็กจนถึงก่อนวัยรุ่น ชอบอ่านงานชุดบ้านเล็กในป่าใหญ่ ที่นักแปล ‘สุคนธรส’ แปลไว้ เป็นสำนวนการแปลที่เรียบง่าย บรรยายรายละเอียดได้เห็นภาพ เป็นนักแปลที่ฉันชื่นชอบงานแปลของนักแปลท่านนี้มาก เมื่อฉันโตเป็นผู้ใหญ่และเริ่มติดการอ่านนวนิยายรัก อ่านนวนิยายของนักเขียนนวนิยายรุ่นเก่าทุกคน

เมื่อฉันป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบซี

  ‘เมื่อฉันป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบซี’ เช้าวันหยุดใกล้สิ้นเดือนกันยายน เตือนให้คิดถึงนัดหมายพบหมอล่าสุดของฉัน เป็นช่วงปลายเดือนที่คงต้องวิ่งรอกเข้าโรงพยาบาลติดๆกันหลายวัน มีทั้งนัดเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าเลือดและค่าตับ อีกทั้งยังต้องอัลตราซาวด์ตับอย่างละเอียด อาจต้องเข้าอุโมงค์ตรวจเอ็มอาร์ไอด้วย เพราะตรวจใหญ่แบบนี้ เป็นขั้นตอนการติดตามอาการหลังรับยาฆ่าไวรัสตับอักเสบซีมาได้ครบปี และหมอให้ตรวจละเอียดแบบนี้ทุกหกเดือน เพื่อติดตามป้องกัน มิให้พังผืดในตับที่เกิดขึ้นเพราะไวรัสอาจกลายเป็นเนื้อร้ายได้ในอนาคต จึงตัองติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ มันไม่ใช่เรื่องสนุกเลยที่ชีวิตเราต้องมีภาระผูกพันพบหมอแบบนี้ไปตลอดชีวิต ฉันคิดเช่นนั้น พลางเหลือบมองรอยแผลเป็นที่ข้อเท้าซ้าย เครื่องเตือนใจให้ฉันระลึกถึง เมื่อครั้งป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกอย่างรุนแรง อาการหนักจนเกือบเสียชีวิต สมัยยังเป็นเด็กประถมสี่ ราวสี่สิบปีมาแล้ว แม่เล่าว่าฉันป่วยหนักเกือบตาย ร่างกายตัองถ่ายเลือดใหม่แทบทั้งตัว ตลอดการรักษาในครั้งนั้น

ฉันนิ่งเงียบมิได้แปลว่าไม่รัก

#ฉันนิ่งเงียบมิได้แปลว่าไม่รัก ——————————— ความคิดถึงคือความรักแบบหนึ่ง อยากไปหา แต่ด้วยความห่างไกล ภาระหน้าที่จำใจ ทำให้เส้นทางเรา..ห่างกัน .. ความรักของฉัน อาจดูเหมือนนิ่งเงียบเฉยเมย ฉันเพียงส่งผ่านความรักผ่านความเงียบ ไปตามทางที่เรียกว่า…ความคิดถึง บางทีการอยู่เงียบๆไม่แสดงออก ไม่ใช่ว่าไม่รัก บางทีการเอ่ยปากจำนรรจามากมาย อาจมีความรักในใจน้อยกว่าคนที่นิ่งเงียบ เพียงแค่มองตา ส่งใจด้วยความคิดถึง ความรักก็ท่วมท้น ความห่างไกลไม่ได้แปลว่าไม่รัก ตัวติดกันแต่ใจห่างไกลก็มากมาย อย่าตัดสินความรู้สึกที่เธอมีว่าเท่ากับฉัน คนเรามีช่องทางแสดงออกซึ่งความรักแตกต่างกัน ฉันนิ่งเงียบ มิได้แปลว่าไม่รัก

เมื่อครูสอนให้ตรวจแก้ต้นฉบับ

‘เมื่อฉันตรวจแก้งานเขียนตัวเอง’ เมื่อมานั่งตรวจแก้ต้นฉบับในงานเขียนอีกครั้ง ฉันรู้สึกว่างานตรวจแก้ต้นฉบับเป็นงานที่สำคัญมากทีเดียว เพราะการตรวจแก้ต้นฉบับโดยให้คงอารมณ์ในงานเขียนที่ผู้เขียนต้องการถ่ายทอดออกมา ถือเป็นงานที่ยากทีเดียว สำหรับฉันปกติเวลาเขียนงานแต่ละชิ้น ก่อนส่งครู ฉันจะอ่านทวนซ้ำไปมาหลายรอบ ตรงไหนสะดุดไม่ลื่นไหล ก็จะปรับแก้หาคำที่เข้ากับเรื่องราวมาใช้แทนกันทันทีจนกว่าจะพอใจ ฉันจึงคิดว่าเมื่อมาตรวจแก้ต้นฉบับในอีกวัน และหากตัดทอนไม่ดี บางทีอาจไปลดทอนอารมณ์ในงานลง หรือสามารถเปลี่ยนความรู้สึกในงานได้ แต่ครูแนะนำว่าโดยส่วนใหญ่หลังการตรวจแก้ต้นฉบับ งานเขียนของเราจะดีขึ้นๆ ทุกครั้ง จึงเป็นคุณสมบัติสำคัญของนักเขียนในการหมั่นตรวจแก้ต้นฉบับก่อนจะเผยแพร่ วันนี้เมื่อมาตรวจแก้ต้นฉบับเก่าที่เขียนเสร็จแล้วอีกครั้ง ฉันได้ตัดคำฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นต้องมีออกไปบ้าง รวบรวมประโยคขยายยาวๆ ให้เป็นคำเชื่อมหรือคำสั้นๆ ที่ให้ความหมายในทางเดียวกันแทน ก็จะได้งานเขียนที่กระชับขึ้น ได้ใจความและยังอยู่ในร่องในรอยขอบเขตเรื่องราวที่ควรจะเป็น

ถนนหน้าบ้าน

#ถนนหน้าบ้าน การบ้านเขียนซะป๊ะ 5/12 ชั้นเรียนเขียนกับครูปราย พันแสง ปั้นลมให้เป็นตัว ‘ถนนหน้าบ้าน’ ทุกเช้าจะได้เห็นวิวนี้เป็นประจำ ภาพแนวรั้วบ้านจัดสรร เรียงเป็นแถวไปตามถนนหน้าบ้าน ต่างตรงที่ในแต่ละวันฟ้าจะสีไม่เหมือนกัน เมฆบนฟ้าก็จะลอยมาปรากฎในรูปร่างไม่เหมือนกันสักวัน บางวันไร้เมฆ บางวันมาเป็นภูเขาเมฆครึ้มดำทะมึน พระอาทิตย์บางวันก็โผล่มาทักทายฉัน แต่บางวันก็เอียงอายเป็นหนุ่มน้อยหลบอยู่หลังเมฆ ถนนที่ทอดยาวหน้าบ้าน เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางในชีวิตทุกเช้าวันทำงาน ฉันต้องทิ้งบ้านแสนสุขไว้ข้างหลัง เพราะเมื่อก้าวออกจากบ้านไปผจญภัยในโลกนอกบ้าน ฉันไม่รู้ว่าตามเส้นทางที่เดินไป จะเจออะไรบ้างในแต่ละวัน แต่หน้าที่หลักที่สำคัญทุกวันของคนเป็นพ่อแม่ คือไปส่งลูกที่โรงเรียนก่อนไปทำงานทุกวัน เช้าวันนี้ก็เหมือนทุกวัน

บันทึกประจำวัน

#บันทึกประจำวัน การบ้านเขียนซะป๊ะ 4/12 จากชั้นเรียนเขียนกับครูปราย พันแสง วันนี้ครูให้หัดเขียนบันทึกประจำวันค่ะ ————————— เช้านี้ตื่นมาสดชื่นมาก ลุกขึ้นมาแต่งตัวไปทำงาน สามีขับรถไปส่งที่ทำงานเป็นประจำเหมือนทุกวันตลอดช่วงเวลาตั้งแต่แต่งงานกันมา วันนี้ก็เหมือนทุกๆวันทำงานของฉัน ที่ต้องฝ่ารถติดกว่าจะได้ขึ้นทางด่วน ข้ามเมืองจากฝั่งธน เข้าเมืองไปแถบลาดพร้าว เพื่อเข้าออฟฟิศ เป็นเพราะเมื่อคืนเข้านอนแต่หัวค่ำ หลังจากนอนดึกติดต่อกันมาหลายวัน เมื่อคืนร่างกายก็ส่งสัญญาณเตือนให้พักผ่อน ด้วยการลืมตาไม่ขึ้น หลังกลับมาถึงบ้าน อาบน้ำอาบท่าเสร็จ สามีเปิดทีวีดูรายการวิเคราะห์ข่าวที่ดูเป็นประจำทุกวัน ส่วนฉันก็นั่งอยู่ข้างๆ อ่านเฟสบุ๊คไปเรื่อยเปื่อย เรานั่งเล่นตอนค่ำอยู่ด้วยกันก่อนเข้านอนเป็นกิจวัตร

1 2 3 4 5