วันนี้ไม่ใช่เมื่อวาน

วันนี้ไม่ใช่เมื่อวาน @@@@@@@ วันเปลียนโลกเปลี่ยน ใจก็เปลี่ยน วันนี้ไม่ใช่เมื่อวาน เมื่อวานเธออาจเหงา เศร้า ไม่มีใคร แต่วันนี้ไม่เหมือนเมื่อวาน เธออาจลืมมองออกไปนอกหน้าต่าง อาจมีใครบางคนส่งรอยยิ้มมาให้ เพียงแต่เธอไม่เปิดบานหน้าต่างออกไปดู ท้องฟ้าวันนี้แดดสวยใส เมื่อวานอาจอึมครึมจนเธอไม่อยากเปิดประตูออกไป เธออย่ามัวแต่ก้มหน้า คุดคู้ในมุมของเธอ ข้างนอกหน้าต่างนั่น ยังมีคนที่แสนดีรอเธออยู่ เพียงแต่บางครา อาจมิกล้าเคาะประตูใจเธอ อาจกลัวเธอโกรธ อาจกลัวเธอสารพัด หากเพียงเธอลุกขึ้นสักนิด ก้าวเดินออกไปสักหน่อย ที่ปลายทางประตูอีกด้านหนึ่ง

ความรู้สึกในใจ

ความรู้สึกในใจ @@@@@@@ บางทีเราก็พูดไม่ได้ทุกเรื่องในสิ่งที่อยากพูด เรารู้สึกได้ แต่เราพูดไม่ได้ เรากลัวคนฟังจะเสียใจ ทุกข์ใจ เพราะคำพูดของเรา เราจึงต้องกล้ำกลืนเก็บคำพูดไว้ในใจ ให้กลายเป็นความคิดที่ทุกข์ระทมบ่มเพาะอยู่ในใจลึกๆ ปล่อยให้มันเป็นแผลกลัดหนองหัวใจเรา เราทำถูกหรือไม่ เราควรพูดออกไป เพื่อให้ความสัมพันธ์นั้นจบเร็วขึ้นหรือไม่ หรือเราควรเก็บมันไว้ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้ยืดยาวออกไป บางทีเราก็ต้องชั่งน้ำหนัก ระหว่างความทุกข์ที่เก็บไว้ กับความสุขที่ได้รับหลังรักษาความสัมพันธ์นั้นๆ อย่างไหนมันมากกว่ากัน มากพอที่จะให้อดทนกันต่อไปได้ เราคงชั่งน้ำหนักไปทุกๆวัน จนกว่า ณ วันหนึ่ง

ชายหนุ่มในชีวิต

ชายหนุ่มในชีวิต @@@@@@@ พ่อคือชายหนุ่มคนแรกในชีวิต พ่อเป็นคนดูดุ เสียงดัง ทำแต่งานตลอดเวลา เราจะได้เจอพ่อเวลาพ่อกลับมาบ้าน และมาร่วมโต๊ะกินข้าวกับลูกๆเท่านั้น ลูกๆต้องรอพ่อกินข้าวก่อน บางทีเราก็ชอบกินพร้อมพ่อ เพราะได้กินกับข้าวพิเศษก่อนคนอื่น วันไหนที่พ่อกลับมากินข้าวบ้าน เราจะสังเกตุจากกับข้าวมื้อนั้นได้เลย แม่จะเตรียมแต่อาหารที่พ่อชอบไว้รอเสมอ ชีวิตในครอบครัวหมุนวนเป็นเช่นนี้ พ่อทำงานนอกบ้าน แม่เป็นแม่บ้าน ลูกๆไปโรงเรียน ชีวิตมีขึ้นมีลง มีเงิน มีรถ มีบ้าน แล้ววันหนึ่งทุกอย่างก็หมด พ่อต้องหอบครอบครัวไปเริ่มต้นใหม่ เราในฐานะลูก…ทำได้เพียง

กอบเก็บดอกไม้ให้เธอ

กอบเก็บดอกไม้ให้เธอ @@@@@@@ ในท่ามกลางความใฝ่ฝันของฉัน มีเธอคือจุดมุ่งหวัง มีความรักเป็นพลัง ที่ผลักดันฉันให้ก้าวไป ……………… กอบเก็บดอกไม้ข้างทาง หวังจะวางลงไว้ในอ้อมแขนของเธอ อยากจะเห็นแววตาแห่งความยินดี ฉายประกายจากดวงตาของเธอ อยากบอกเธอว่า …ดอกไม้ที่ฉันกอบเก็บ ถูกพร่างพรมด้วยสายน้ำแห่งความจริงใจ แล้วมันก็พัดไหวด้วยสายลมแห่งความรัก ………………. รอเวลาจนวันนี้ วันที่ฉันกอบเก็บ..มาให้เธอ @@@@@@@ เขียนความคิด..ขึ้นในวันหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว เมื่อครั้งโลกแห่งวัยเยาว์เป็นสีชมพู มีภาพความฝันแห่งความรักที่สดสวยงาม มีจินตนาการพร่างพรายระยิบระยับ มีฝันมีหวังในรักที่ยังมาไม่ถึง @@@@@@@

ดวงตาว้าเหว่ของฉัน..ในโลกแห่งความจริง

ดวงตาว้าเหว่ของฉัน..ในโลกแห่งความจริง @@@@@@@ ฉันรู้สึกว่า..ฉันกำลังจมอยู่ในความฝัน ทุกครั้งที่ฉันคิดถึง..และรักเธอ มองดูเธอลางเลือน… คล้ายดั่งภาพวาดในเมฆหมอก เธออยู่ห่าง..ห่างออกไปทุกที และความรักนั้นก็เหลือเพียง รอยยิ้มในแววตาของฉันเพียงผู้เดียว ……………… สำหรับเธอและความรัก เปรียบดั่งความฝันที่เลือนลาง ……………… หากแต่ความรักของฉัน ยังคงอยู่เสมอ…ในโลกแห่งความจริง แม้ว่ารอยยิ้มในแววตานั้น จะถูกทดแทนด้วย ดวงตาว้าเหว่ของฉัน ในโลกแห่งความจริง …ที่ไม่ใช่ความฝัน @@@@@@@ เขียนความคิด..จากบทรำพึงถึงความรักเมื่อครั้งยังเด็ก แอบชอบแอบมองแอบหวังเพ้อฝันตามวัย ทั้งที่รู้ว่ามิอาจเป็นไปได้ แต่การได้รักและคิดถึงแบบเด็กๆในตอนนั้น

วันที่ดอกแก้วเจ้าจอมบาน

วันที่ดอกแก้วเจ้าจอมบาน @@@@@@@ เรามีบ้านหลังเล็กๆ มีต้นไม้ที่ปลูกริมรั้วบ้านหลายต้น มีต้นแก้วเจ้าจอมปลูกอยู่ริมประตูทางเข้าบ้าน เดินผ่านทุกวันแบบไม่สนใจ ………………….. แต่เช้านี้ไม่เหมือนวันอื่นๆ เมื่อเธอบอกฉันว่า มาดูต้นแก้วเจ้าจอมที่เธอหมั่นรดน้ำใส่ปุ๋ยสิ วันนี้ออกดอก…บานเต็มต้น ………………….. ฉันจึงได้แหงนหน้ามองดู ดอกสีม่วงกะจิดริด กลีบเรียงเป็นชั้นๆ เกาะกลุ่มเป็นพุ่ม ชี้ชวน โปรยยิ้มมาให้ฉัน น่าตื่นตาตื่นใจมากมากมาย ดอกไม้เล็กๆนี้ สร้างความสดชื่นเบ่งบานในใจฉันได้อย่างมากมาย รอยยิ้มผุดขึ้นมา อดไม่ได้ต้องบันทึกภาพเก็บไว้มากมาย ความสุขที่มองข้าม อยู่ใกล้ตัวเพียงนิดเดียว

1 2 3 4 5